Tuesday, March 27, 2012

"ดินเนอร์ วาเลนไทน์" ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น "เคนจิ"/สันติ เศวตวิมล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2555 18:58 น.
โดย : สันติ เศวตวิมล
"ลอบสเตอร์" จากเมืองเมน อเมริกา
       ญี่ปุ่นเป็นชาตินักดัดแปลง
       อาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถูกดัดแปลง
       แต่อาหารญี่ปุ่นอร่อยสุดจะต้อง
       เป็นอาหารญี่ปุ่นแท้...แท้ไม่ดัดแปลง
      
       "แพง ขวัญข้าว"...ลูกสาวผม บอกกับผมและคุณป้าช้อยว่า คืนวันวาเลนไทน์ จะต้องกินอาหารกับคนรักที่สุดในชีวิต
      
       ผมก็อยากจะรู้จักคนที่ลูกสาวผมรัก เผื่อ...เผื่อจะได้อุ้มหลานสักที รอมาหลายปีแล้ว
      
       เธอพาผมไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ "เคนจิ" ที่โรงแรมปาร์ค นายเลิศ
"เชฟ คาซูโยชิ" มิชิลีนหนึ่งดาว
       ห้องอาหารญี่ปุ่นที่ว่า เมื่อปลายสิบปีก่อนผมเคยไปกินปลาฟูกุหรือปลาปักเป้าทะเลกับคุณ "พินิจ สมบัติศิริ" เจ้าของโรงแรมแห่งนี้
      
        ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกัน ทั้งที่ชอบอาหารญี่ปุ่นห้อง "เคนจิ" กับอาหารฝรั่งเศส "มาเมซอง"
      
        ห้องอาหารญี่ปุ่น "เคนจิ" ตบแต่งใหม่ กลิ่นอายตะวันออกแบบญี่ปุ่นที่ผมเคยมองดูสวนต้นไม้สบายตา...สบายใจ ช่วยทำให้อาหารอร่อยขึ้น
      
        แต่ตอนนี้หายไป กลายเป็นบรรยากาศแบบตะวันตก ชนิดอึดอัด ซึ่งเหมาะสำหรับประเทศที่หนาวจัด ไม่ใช่ประเทศที่ร้อนจ้าแบบบ้านเรา
      
        แต่เอ๊า...ก็พอจะเอาอยู่
      
        เพราะลูกสาวจะพามาดูคนที่เธอรักมากที่สุดในคืน "วาเลนไทน์"...ไม่รู้ว่าหน้าตาว่าที่ลูกเขยจะหล่อเหลาเหมือนผมมั้ย?
"ราเมนตับห่านฝรั่งเศส"
       คืนนั้น ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น "เคนจิ" เขาจัดเป็นคืนพิเศษวันวาเลนไทน์ เชฟที่สั่งมาจากญี่ปุ่นชื่อ "คาซูโยชิ มิซูกุชิ" มีใบการันตีจาก "มิชิลีน" ระดับหนึ่งดาว
      
        แต่ผมไม่ได้สนใจจะกี่ดาว เพราะลิ้นฝรั่ง...ลิ้นไทย มันไม่เหมือนกัน
      
        ผมเคยชิม "เชฟมิชิลีนสามดาว" ทั้งที่เดินทางมาโชว์ฝีมือบ้านเรา จนไปถึงผมต้องเดินทางไปกินบ้านเขา แล้วผมก็บอกได้ว่า
      
        "...ดาวมิชิลีน" กับ "ดาวเปิบพิสดาร" ของ "ป้าช้อย นางรำ" แตกต่งกันครับ
      
        อย่างที่มีสำนวนไทยโบราณท่านว่า
      
        ...ลิ้นใครลิ้นมัย สูตรใครสูตรมัน จะให้เหมือนกันไม่มีทาง...
เนื้อโกเบ" จากญี่ปุ่น
       เมนูอาหาร "คืนแห่งความรัก" ที่เชฟเขาจัดเตรียมไว้ มีสองราคา คือถ้าเป็นชุดเล็กก็หัวละ 5,000
      
        แต่ถ้าเป็นชุดใหญ่ละก็ 7,000 ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าภาษี ค่าบริการที่จะต้องชาร์ตอีกต่างหาก
      
        เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ต้องคิดให้มันยุ่งยาก ทั้งค่าอาหาร ทั้งค่าเครื่องดื่ม รวมทั้งภาษีและบริการ...ตกหัวละหมื่นบาท
      
        ถ้าเงินจำนวนนี้สามารถเรียกหาความรักได้ ผมก็ว่า...ไม่แพง!!
      
        และไม่แพงด้วย เพราะรายการ "ดินเนอร์ วาเลนไทน์" ลูกสาวผม "แพง ขวัญข้าว" เป็นคนจ่ายครับ
"เป๋าฮื้อ" จากออสเตรเลีย
       อาหารและเหล้าสาเก
       "คืนแห่งความรัก"
       เริ่มต้นด้วย "ออเดย์" หรือ "ออเดิร์ฟ" อาหารทะเล ที่ปรุงมาสี่...ห้าอย่าง
       จานที่สองเป็น "ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น" ใส่เนื้อปูแบบรสชาติฝรั่ง
       จานที่สามเป็นหอยสกาลอป ไข่หอยเม่น ราดด้วยซอสเห็ดทัฟเฟิล ผสมเหล้าสาเก
       จานที่สี่ เป็น "เป๋าฮื้อสด" จากออสเตรเลีย ราดด้วยซอสพิสดารทำจากกระเพาะของเป๋าฮื้อ
       จานที่ห้า "กุ้งลอบสเตอร์" จากเมืองเมน อเมริกา ที่ในตัวมีรสชาติของกุ้งผสมกับปู
       จานที่หก เป็นปลากระทงทอดหนังกรอบ ราดด้วยน้ำซอสแบบญี่ปุ่นปนฝรั่งเศส
       จานที่เจ็ด เป็นเนื้อโกเบกริลล์ ของญี่ปุ่น มีซอสให้เลือกจิ้ม 4 อย่าง
       ส่วนจานสุดท้าย เป็นขนมช็อกโกแลตชาวกับสตอเบอร์รี่แดง
       (สำหรับเหล้าสาเกที่ใช้ดื่มคู่กับอาหารเป็นสาเกชื่อว่า "มาโบโรชิ" ที่แปลว่า "สาเกในฝัน" ที่เชฟเลือกสรรหิ้วมาจากโตเกียว)
       อาหารคืนแห่งความรักเอร็ดอร่อยอย่างไรก็ขอให้ท่านอ่านคำวิจารณ์ที่คุณป้าผมเเขียนไว้บนหัวคอลัมน์ก็แล้วกัน
      
        แต่สำหรับผม คืนนั้นความประทับใจไม่ได้อยู่ที่ได้ไปกินอาหารหรอกครับ
      
        เพราะกินจนอิ่มหนำสำราญ คนที่ลูกสาวผมบอกว่านัดคนรักมาให้กินข้าวร่วมกันไม่เห็นมาซะที ผมรอไม่ไหวก็เลยต้องถามไปตรง...ตรงว่า
      
        "เมื่อไหร่คนที่ลูกรักมากที่สุดในชีวิตจะมาให้พ่อรู้จักเสียที"
      
        "แพง ขวัญข้าว" ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วก็เอานิ้วนางข้างซ้ายที่เป็นนิ้วใส่แหวนหมั้น แหวนแต่งงานชี้มาที่ผมแล้วบอกว่า
      
        ..."ก็พ่อนี่ไง แพงรักที่สุดในโลก..." มุกลูกสาวผมเยอะจัง ตามไม่ทันครับ

No comments:

Post a Comment