Monday, February 28, 2011

อิ่ม อร่อย สไตล์แปซิฟิก ที่ "เทรเดอร์ วิคส์"

บรรยากาศภายในห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์
       อาหารไทย อาหารจีน อาหารอิตาเลียน อาหารญี่ปุ่น "ตระเวนกิน" ก็พาไปลิ้มลองกันอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความกลัวว่าแฟนานุแฟนจะเบื่อกันเสียก่อน มาวันนี้จึงจะพาไปหาความแปลกใหม่ ลิ้มรสอาหารสไตล์แปซิฟิก ที่ห้องอาหาร "เทรเดอร์ วิคส์" ในโรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ
ห้องจัดเลี้ยงในบรรยากาศส่วนตัว
       สำหรับห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ ต้นฉบับนั้นก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2475 ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดย มร.วิกเตอร์ เจ เบอร์เจอรอน และต่อมาก็ได้รับความนิยมจนสามารถขยายสาขาของร้านเทรเดอร์ วิกส์ออกไปทั่วโลก รวมถึงที่โรงแรมแมริออทฯประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่ง มร.วิกเตอร์คนนี้เองที่เป็นเจ้าของสูตรค็อกเทล "ไหมไท" ที่หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นค็อกเทลสัญชาติไทย แต่แท้จริงแล้วไหมไทนั้นมาจากภาษาฮาวายว่า "มาทาอีโร" (Maita’i roa) ที่แปลได้ว่า เยี่ยมมาก และต่อมาจึงเรียกเพี้ยนไปเป็นไหมไทในที่สุด
ไหมไท บาร์
       เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องอาหาร ก็ให้รู้สึกตื่นตาไปกับการตกแต่งในสไตล์แปซิฟิก ที่นำเอารูปปั้นไม้แกะสลักเป็นใบหน้าต่างๆ มาประดับไว้ มีสวนหย่อมเล็กๆ ภายในห้องอาหารที่จำลองเอากระโจมที่อยู่ของชาวโพลีนีเชียนไว้เพื่อให้ได้ บรรยากาศในขณะกินอาหาร โดยในห้องอาหารนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนก็คือด้านในห้องปรับอากาศและด้านนอกรับลมแม่น้ำเย็นๆพร้อมกับชมทิวทัศน์ ของสะพานกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีห้องจัดเลี้ยงเพื่อความเป็นส่วนตัว และยังมีไหมไท บาร์ บริการเครื่องดื่มแบบฟูลบาร์อีกด้วย
ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ
       อีกหนึ่งความโดดเด่นของห้องอาหารเทรเดอร์ วิคส์ที่พลาดไม่ได้ต้องเอ่ยถึงก็คือเตาประกอบอาหารซึ่งจำลองมาจากเตาสมัย ราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเป็นวิธีปรุงอาหารสมัยโบราณกว่า 2,000 ปี การปรุงอาหารในเตานี้เนื้อสัตว์จะไม่โดนเปลวไฟ เพราะเชื้อเพลิงนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าเตา ใช้เพียงความร้อนที่หมุนเวียนอยู่ในเตา และควันจากถ่านไม้จากธรรมชาติทำให้อาหารสุกและหอมกรุ่น และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย
      
       ทีนี้ก็ได้เวลาสำหรับอาหารจานแรกกันแล้ว เริ่มต้นด้วย ทูน่าคลุกงากับซอสวาซาบิ (420 บาท++) เมนูนี้เป็นเมนูออร์เดิร์ฟเพื่อสุขภาพ เพราะใช้เนื้อปลาทูน่าสดๆไม่มีมันแทรก สั่งมาเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น นำมามาสไลด์เป็นชิ้นแล้วคลุกกับงาดำงาขาว เนื้อปลาข้างนอกจะสุกนิดๆ แต่ข้างในยังดิบอยู่ โรยหน้าด้วยไข่ปลาญี่ปุ่นและไข่ปลาคาเวียร์ วางรองด้วยหัวไชเท้าให้กลิ่นฉุน และทำให้ปลามีรสชาติออกเผ็ดนิดๆ มีผักไมโครใส่มาด้วย ส่งเนื้อปลาเข้าปากแล้วต้องยกนิ้วให้ในความสดของปลาทูน่า กินเข้ากันดีกับหัวไชเท้าและไข่ปลากรุบๆ ปาก
ไก่หมักสไตล์จาไมกัน
       ต่อกันจานที่สองกับ ไก่หมักสไตล์จาไมกัน (600 บาท++) เป็นไก่รุ่นๆ ที่นำมาหมักเข้ากับเครื่องเทศของทางยุโรปบดรวมกับซอสนานถึงหนึ่งวันให้ เครื่องปรุงซึมเข้าถึงเนื้อ จากนั้นนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น จนได้กลิ่นหอม เสิร์ฟชิ้นไก่มาบนมันฝรั่งบดและราดด้วยเกรวี่ชิกเก้นซอส มีฟรุ้ตสลัดมะม่วงและมะละกอสุกกรอบมาเป็นเครื่องเคียง ลิ้มรสไก่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ได้รสซอสเข้มข้นอมเปรี้ยวและเจือเผ็ดนิดๆ ถูกปาก
ปลาหิมะกับซอสมิโซ
       อย่ามัวรอช้า เสิร์ฟจานที่สามต่อมาด้วย ปลาหิมะกับซอสมิโซ (900 บาท++) เป็นอีกหนึ่งเมนูปลาเพื่อสุขภาพ ที่นำปลาหิมะมาจากอเมริกาใต้และญี่ปุ่น เป็นปลาหิมะเนื้อขาวราวกับหิมะ นำมาทำให้เนื้อปลาข้างนอกสุกเกรียม และนำไปอบอีกครั้งจนสุกทั่วทั้งชิ้น แล้วจึงนำมาวางบนมันฝรั่งบด ราดด้วยน้ำมันมะกอก ซอสสาเกและซอสมิโซผสมกัน ลองลิ้มเนื้อปลาหิมะขาวนุ่มเนียนหวานสดได้ใจ ซึมรสชาติซอสออกหวานละมุนกลมกล่อม
ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์
       สำหรับจานต่อไปนี้เป็นเมนูเด็ดของทางร้าน ซี่โครงหมูอบบาร์บีคิวสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ (ครึ่งตัว 400 บาท++ เต็มตัว 800 บาท++) เป็นซี่โครงหมูคัดสรรพิเศษที่ติดเนื้อเยอะๆ เอามาหมักด้วยสูตรเฉพาะนาน 1-2 วัน ก่อนจะนำมาย่างในเตาอบจีนจำลองสมัยราชวงศ์ฮั่น แล้วทาด้วยบาร์บีคิวซอสสไตล์เทรเดอร์ วิคส์ ทาแล้วย่าง ย่างแล้วทาสลับกันไปเรื่อยๆ จนซอสเข้าเนื้อ เวลากินให้ได้รสชาติต้องทิ้งส้อมและมีด ใช้สองมือจับให้มั่นแล้วลงมือแทะ จึงจะได้รสซี่โครงหมูเนื้อนุ่มหอมหวานได้รสชาติซอสบาร์บีคิวที่ถูกปาก
ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้
       อาหารคาวผ่านไปหลายจาน ขอล้างปากด้วยของหวานอย่าง ช็อคโกแลตแท่งกับไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ เสิร์ฟพร้อมน้ำเสาวรสและตะไคร้ (250 บาท++) เป็นเมนูของหวานที่มีช็อคโกแลตแท่งวางพาดมาบนจาน และมีไอศกรีมชาเอิร์ลเกรย์ ที่ทำจากชาเอิร์ลเกรย์ผสมน้ำผึ้งแล้วปั่นจนกลายเป็นเกล็ดไอศกรีม ลอยมาในน้ำเสาวรสและตะไคร้ กินแล้วชื่นใจ ไอศกรีมรสชาเอิร์ลเกรย์หอมหวาน ผสานรสชาติเข้ากันกับน้ำเสาวรสและน้ำตะไคร้เปรี้ยวจี๊ดโดนใจ แถมเคี้ยวเพลินกับแท่งช็อคโกแลตหวานหอม
ไหมไท
       มาถึงที่เทรเดอร์ วิคส์แล้วจะพลาดไม่ยอมลิ้มรสค็อกเทลเลื่องชื่ออย่าง ไหมไท (290 บาท++) ซึ่งเป็น Signature Drink ของที่นี่ได้อย่างไร ลองชิมไหมไทสูตรต้นตำรับได้กลิ่นอัลมอนด์ผสมกับกับเหล้ารัม ผสานกับรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำผลไม้ที่ผสมลงไป เป็นอันปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์
      
       และนอกจากอาหารจานเด็ดที่ได้เสิร์ฟมาแล้วนี้ หากใครยังไม่อิ่มท้องก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง กุ้งทอดสไตล์เทรเดอร์วิคส์ (320 บาท++) เกี๊ยวปูครีมชีสทอด (250 บาท++) เป็ดทอดกรอบห่อแพนเค้ก (520 บาท++) สเต็กเนื้อสันนอกมัสซึซากะ (4,500 บาท++) เครปซูเซ็ทสว์กับไอศกรีมวนิลลา (250 บาท++) เลือกอร่อยกันได้ตามใจชอบ

No comments:

Post a Comment