Monday, February 28, 2011

"เรือนมัลลิการ์" เปิดสำรับตำรับครัวไทยรสเด็ด

บรรยากาศภายในห้องเรือนไทยตกแต่งแบบไทยๆ
       เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่แสดงออกให้ชาวต่างชาติได้เห็นและดึงดูดให้ชาวต่างชาติมาสัมผัส มาเที่ยวประเทศไทย นอกจากรอยยิ้มสยามหวานๆ ความมีน้ำใจของคนไทย ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของประเทศไทยแล้ว ต้องบอกว่าอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ "อาหารไทย" ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนต่างชาติหลงเสน่ห์ในความเป็นไทย เพราะไม่ว่าคนชาติไหนหากได้ลองลิ้มอาหารไทยที่มีทั้งความสวยงาม ประณีตบรรจง และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่เข้มข้น เป็นต้องติดใจในรสมือของแม่ครัวชาวไทย ถึงขนาดที่ว่ารัฐบาลจะดัน "ครัวไทย สู่ครัวโลก" กันเลย
อ.มัลลิการ์ หลีระพันธ์ ชวนชิมอาหารไทย
       ดังนั้นในเมื่อเราเองเป็นคนไทย เหตุไฉนเลยจะไม่ชอบกินอาหารไทย "ตระเวนกิน" เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกินอาหารไทยเป็นที่สุด เพราะว่ามันคุ้นลิ้นเคยปาก ถูกปากโดนใจมากกว่าอาหารชาติอื่นๆ อย่างมื้อนี้เมื่อเกิดนึกอยากกินอาหารไทยขึ้นมา เราจึงมุ่งหน้าไปหาร้านอาหารไทยเลิศรสมากินให้สมใจอยากกัน
      
       แล้วเราก็มุ่งหน้ามาที่ร้านอาหารไทยชื่อดังแห่งย่านสุขุมวิท 22 ที่มีชื่อว่า "เรือนมัลลิการ์" เป็นร้านของ อ.มัลลิการ์ หลีระพันธ์ หนึ่งในพี่น้องพันธมิตรกู้ชาติที่คอยไปช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินอยู่เสมอ
ส่วนของโซนที่นั่งบนบ้านเรือนไทยชั้น 2
       ทันทีที่เราเดินทางมาที่เรือนมัลลิการ์ ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นร้านอาหารไทยที่มีบรรยากาศแบบไทยจริงๆ เพราะว่าทางร้านได้นำเอาเรือนไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อายุกว่า 200 ปี มาตกแต่งใหม่ให้เป็นห้องกินข้าวที่มีทั้งด้านบนและด้านล่างที่ได้อารมณ์ เหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน และมีส่วนของโซนสวนที่จัดเป็นโต๊ะนั่งสบายๆ ร่มรื่นไปด้วยเงาแมกไม้และสายน้ำ
ทอดมันกุ้งฝอย
       ส่วนอาหารของที่นี่เน้นอาหารไทย ที่มีรสชาติความเป็นไทยแท้ๆ และจัดจ้าน และมีเมนูอาหารไทยหน้าตาชวนกินกว่า 100 รายการให้ได้เลือกสั่งมาลิ้มลองรสชาติกันแบบเลือกไม่ถูก เราเลยให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด่นๆ ที่ขายดีและชวนกินมาชิมกัน ทางร้านจึงนำเสนอเมนูแรกมาคือ ทอดมันกุ้งฝอย (200 บาท) เป็นทอดมันกุ้งที่ปั้นเป็นก้อนกลมแบนๆ คลุกกับกุ้งฝอยแล้วทอดมาจนเหลืองกรอบชวนกินชิมทอดมันร้อนๆ เนื้อทอดมันนุ่มปากหวานเนื้อกุ้ง กรอบกรุบเคี้ยวมันกุ้งฝอย กินกับน้ำจิ้มอาจาดเพิ่มรสชาติหวานๆ เจือเผ็ดนิดๆ
ฉันชื่อบุษบา
       ตามมาด้วยของทอดๆ อีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า ฉันชื่อบุษบา (เล็ก 200 บาท ใหญ่ 300 บาท) เป็นบรรดาเหล่าดอกไม้ทั้งหลายที่นำมาชุบแป้งทอด มีทั้งดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกลีลาวดี ดอกแคร์ ดอกขจร ดอกกุยฉ่าย ทอดมากรอบๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้มที่ทางร้านปรุงขึ้นมา ไม่น่าเชื่อว่าดอกไม้เหล่านี้จะกินได้และรสชาติดีกรอบๆ มันๆ จิ้มน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ถูกปากไปอีกแบบ
น้ำพริกไข่ปู
       แล้วถ้ากินอาหารไทย ไม่สั่งน้ำพริกมากินก็กระไรอยู่ น้ำพริกไข่ปู (250 บาท) จึงถูกเสิร์ฟมาขึ้นโต๊ะ มาพร้อมกับผักสด และผักลวกนานาชนิดที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามน่ากินเชียว ลิ้มรสชาติน้ำพริกไข่ปูรสชาติเข้มข้นออกมันๆ เปรี้ยว เผ็ด รสเข้มข้นสมชื่อน้ำพริกแบบไทยๆ
ปูนิ่มขี้เมากระเพรากรอบ
       จากนั้นทางร้านแนะนำ ปูนิ่มขี้เมากระเพรากรอบ (300 บาท) มาให้กินกัน เป็นปูนิ่มคลุกแป้งผสมกับผงกะหรี่แล้วทอดจนปูสุกกรอบ แล้วจึงนำมาผัดกับเครื่องขี้เมาใส่พริกไทยอ่อน พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้าแดง และมีใบกระเพราทอดกรอบโรยหน้ามา กินปูนิ่มแล้วจะได้กลิ่นหอมๆ ของผงกะหรี่อ่อนๆ ขึ้นจมูก รสชาติไม่เค็มแต่ออกเผ็ดเข้มข้นเครื่องขี้เมา เคี้ยวใบกระเพรากรอบๆ เพลินปาก
กุ้งแม่น้ำผัดพริกไทยดำ
       กุ้งแม่น้ำผัดพริกไทยดำ (ขีดละ 220 บาท + ค่าปรุง 100 บาท) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านบอกว่าใครชอบกินกุ้งแนะนำว่าให้สั่ง เพราะเป็นกุ้งแม่น้ำสดๆ ตัวโตได้ที่เอาไปคลุกแป้งนิดหน่อยแล้วทอดให้กุ้งสุก แล้วผัดเครื่องพริกไทยดำสูตรเด็ดเฉพาะนำมาราดบนตัวกุ้ง หอมกลิ่นพริกไทยดำเอาเรื่อง ส่วนเนื้อกุ้งแน่นนุ่มหวานได้รสชาติพริกไทยดำรสจัดจ้านเผ็ดร้อนถึงเครื่อง
ต้มข่าปลาสลิดใบมะขามอ่อน
       ต้มข่าปลาสลิดใบมะขามอ่อน (300 บาท) เมนูนี้ถูกสั่งมาซดน้ำช่วยลดความเผ็ดร้อน เป็นต้มข่ากะทิเข้มข้นแบบไทยๆ ที่มีเนื้อปลาสลิดใส่มา และใส่ใบมะขามอ่อนมาเพิ่มรสชาติความเปรี้ยว ซดน้ำต้มข่าร้อนๆ หอมกลิ่นกะทิอ่อนๆ รสชาติต้มข่าเข้มข้นน้ำกะทิ ออกรสเปรี้ยว เผ็ด ปลาสลิดรสกลมกล่อมเข้ากันกับต้มข่า กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดขอบอกเมนูนี้
บรรยากาศโซนสวนด้านนอกนั่งรับลมเย็นๆ
       แต่นอกจากเมนูเหล่านี้แล้ว ทางร้านยังบอกว่ามีเมนูจานเด็ดอื่นๆ ที่น่าลองลิ้มอีก อาทิ ไข่ตุ๋นเครื่องทรง (120 บาท) กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ (ขีดละ 220 บาท + ค่าปรุง 150 บาท) เนื้อนกกระจอกเทศผัดฉ่า (450 บาท) และอีกหลายเมนูอาหารไทย รวมถึงในช่วงหน้าร้อนนี้ มีเมนู ข้าวแช่ชาววัง (350 บาท มีให้กินถึง 30 เม.ย. นี้) ให้ได้กินกันด้วย เรียกว่าถ้ามิตรรักนักกินคนไหนที่พิสมัยอาหารไทย เชิญมาเปิดสำรับอาหารไทย นั่งกินในบรรยากาศไทยๆ "เรือนมัลลิการ์" ยินดีต้อนรับทุกคน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "เรือนมัลลิการ์" ตั้งอยู่ที่ 189 สุขุมวิท 22 คลองเตย กทม. การเดินทางจากถ.สุขุมวิท วิ่งเข้าซ.สุขุมวิท 22 ตรงเข้ามาเรื่อยๆ ผ่านร.ร.สายน้ำผึ้ง จะเจอแยกซ.เศรษฐี สังเกตหน้าปากซอยจะมีเซเว่นอีเลฟเว่น ให้เลี้ยวขวาเข้ามาในซอยแล้วตรงมาประมาณ 200 ม. จะเห็นร้านอยู่ขวามือ มีที่จอดรถด้านใน เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 23.00 น. ควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าที่เบอร์ 0-2663-3211-2 

No comments:

Post a Comment