Monday, February 28, 2011

"Delicatezza" ละเมียดละไม ในรสอิตาเลียน

credit www.manager.co.th

บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นล่างของร้าน "Delicatezza"
       การเดินทางมายังซอยทองหล่อของ "ตระเวนกิน" ในหลายๆครั้ง ส่วนใหญ่จุดมุ่งหมายมักจะอยู่ที่ร้านอาหารจานเด็ด เพราะซอยนี้เรียกได้ว่าเป็นแห่งรวมอาหารที่ถูกปากถูกใจเรามากมาย
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งชั้นล่าง
       เฉกเช่นมื้อนี้เมื่อเราได้เดินทางมาเยือนซอยทองหล่อกันอีกแล้ว และไม่ได้มาเพียงลำพังแต่มาพร้อมกับเพื่อนคอเดียวกันที่ชื่นชอบกินอาหาร อิตาเลียนเอามากๆ ซึ่งในมื้อนี้พวกเรามีจุดมุ่งหมายตรงดิ่งมาที่ซ.ทองหล่อ 10 เพื่อมายังร้าน "Delicatezza" (เดลิคาเตซซ่า) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ละเมียดละไม
บรรยากาศโต๊ะนั่งชั้นบน
       พวกเรามีมูลเหตุจูงใจที่ทำให้อยากมากินอาหารอิตาเลียนที่ร้านนี้ ก็เพราะสืบทราบรู้ว่าจากพรรคพวกนักกินด้วยกันว่าที่นี่เขาบริการอาหารแบบ อิตาเลียนระดับพรี่เมี่ยมแบบโฮมเมดขนานแท้อันเลิศรส โดยมีคุณ ศริยา พอลลา เจริญผล หรือ พี่แป๊ว ซึ่งเป็นแฟนพันธมิตรกู้ชาติ ผู้เป็นทั้งเจ้าของร้านและเป็นเชฟฝีมือเอกเข้าครัวปรุงอาหารเองด้วย
Grilled vegetable
       อาหารอิตาเลียนที่นี่มีความหลากหลายให้เลือกสั่งมากินมากมายหลายเมนู มื้อนี้"ตระเวนกิน"จึงขอเลือกที่จะสั่งเมนูไฮไลท์จานเด่นของที่นี่มากินแบบ ตามใจปาก โดยเริ่มกันที่ Grilled vegetable (380 บาท++) เป็นผักย่างหลายอย่างสีสันชวนกิน มีทั้งพริกหวานสีแดง-สีเหลือง เห็ดออเรนจิ มะเขือม่วง ซูกินี่ แอสพารากัส ที่นำไปกริลล์ในกระทะจนผักสุกกำลังดี แล้วราดด้วยน้ำสลัดบาซามิคโก้กับโอลีฟออย ผักย่างแต่ละอย่างล้วนมีรสชาติของผักย่างที่หอมหวาน ผสานกับรสชาติเปรี้ยวๆ ของน้ำสลัดเข้ากันถูกปากดีนักเชียว
Smoked salmon Carpaccio
       แล้วจานต่อมาก็ถูกเสิร์ฟมาเป็น Smoked salmon Carpaccio (490 บาท++) แซลมอนญี่ปุ่นรมควันสไลด์เป็นชิ้น ราดด้วยบาซามิคโก้ และมีผักร็อคเก็ตสลัด กับพาเมซานชีส ใส่มาด้วย กินเนื้อปลาแซลมอนเนื้อนิ่มหอมกลิ่นรมควัน รสหวานนุ่มลิ้นซึมรสชาติน้ำบาซามิคโก้ออกเปรี้ยวๆ เจือหวาน เป็นอะไรที่กลมกลืนรสชาติเข้ากันดี
Seafood Soup
       จากนั้นพวกเราสั่งซุปมากินกัน เป็น Seafood Soup ( 499 บาท++) ซุปถ้วยนี้ชามโตไม่ใช่เล่น และอุดมไปด้วยของทะเลนานา มีกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ ปลาหมึก หอยลาย หอยตลับ หอยแมลงภู่ ที่ล้วนแล้วแต่เนื้อหวานสดทั้งนั้น กินเข้ากันกับซุปซอสมะเขือเทศหอมหวานรสละมุนกลมกล่อม เจือรสเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ
Penne smoked salmon cream sauce
       หลังจากได้ซดซุปร้อนๆ พอให้ได้คล่องคอ พวกเราก็สั่งเมนูพาสต้ามากินกันต่อ ที่นี่มีเมนูพาสต้าให้เลือกสั่งมากมาย แต่ถ้าถามถึงเมนูขึ้นหน้าขึ้นตาที่ว่ามาแล้วต้องสั่งมากินให้ได้ต้องเมนูนี้ เลย Penne smoked salmon cream sauce (390 บาท++) แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าเหมาะสำหรับคนชอบกินพาสต้าแบบครีมซอส เพราะทางร้านจะนำซอสมะเขือเทศผสมกับครีมซอสสูตรพิเศษใส่พาเมซานชีสและปรุง เคี่ยวอยู่นานจนได้เป็นซอสครีมข้นออกสีส้มๆ นำมาผัดกับพาสต้าเพนเน่และแซลมอนจากเดนมาร์ค ชิมพาสต้าจานนี้แล้วโดนใจปากมากๆ ตัวครีมซอสมะเขือเทศจะสอดแทรกซึมเข้าไปในตัวพาสต้าเพนเน่เนื้อนิ่ม รสหวานนุ่มเนียนละมุนละไมจริงๆ
Spaghetti with Rock Lobster and white wine
       แต่ถ้าไม่ชอบกินพาสต้าแบบครีมซอส ขอเสนอเมนูนี้ Spaghetti with Rock Lobster and white wine (650 บาท++) เป็นสปาเก็ตตี้เส้นเล็กเอามาผัดกับน้ำมันมะกอก ใส่กระเทียม ไวน์ขาว และใส่เนื้อล็อบสเตอร์ลงไป พร้อมกับใส่พริกนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเผ็ด ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเส้นเหนียวนุ่มได้รสชาติความหอมของน้ำมัน มะกอกและไวน์ขาว กลมกล่อมรสชาติเข้ากับเนื้อล็อบสเตอร์หวานนุ่มลิ้น
Lamb chop
       พอได้กินเมนูพาสต้าไปแล้วถึง 2 จาน คราวนี้มากินเมนคอร์สกันต่อเป็น Lamb chop (499 บาท++) ที่ถ้าใครชอบกินเนื้อแกะไม่ควรพลาดลิ้มรสเด็ดขาด เพราะที่นี่คัดสรรส่วนของเนื้อแกะที่ดีมาทำ โดยจะนำมาชิ้นเนื้อแกะมาหมักกับเครื่องเทศหลายอย่างและหมักทิ้งไว้ข้ามวันจน เครื่องเทศซึมถึงเนื้อในแกะ แล้วนำมากริลล์ให้สุกเสิร์ฟมาร้อนๆ มีกระเทียมกับโรสแมรี่โรยหน้ามาด้วย ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนต้องรีบหั่นชิ้นเนื้อแกะแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวเนื้อ แกะหอมนุ่มเหนียวหนึบหนับ ได้รสชาติเครื่องหมักที่เข้มข้นซึมถึงเนื้อในแกะ โดยไม่ต้องมีน้ำเกรวี่หรือน้ำซอสอะไรจิ้มเพิ่มรสชาติ และที่สำคัญไม่มีกลิ่นสาปแกะเลย
Ice Cream และ Tiramisu
       กินเมนูของคาวไปจนจะอิ่มท้อง แต่แน่นอนว่าพวกเราก็ไม่ลืมที่จะเหลือพื้นที่ในท้องไว้กินของหวานด้วย เพราะที่นี่มีไอศกรีมโฮมเมดที่ทางร้านทำเองให้เลือกสั่งมากินเป็นเมนูล้าง ปากแบบเย็นชื่นฉ่ำลิ้นอย่างหลากรสชาติ รสที่ขอแนะนำมี Sunkist Sorbet (210 บาท++) จะได้สัมผัสถึงรสชาติไอศกรีมที่มีเนื้อส้มล้วนๆ เปรี้ยวๆ หวานๆ กินแล้วเย็นสดชื่นฉ่ำปาก แถมมีเปลือกส้มต้มกับไวน์ขาวราดมาเป็นท็อปปิ้งด้วย
มุมห้องเก็บไวน์
       ส่วนอีกหนึ่งรสชาติที่ไม่ควรพลาดแถมหากินได้ยากคือ Chestnut Ice Cream (210 บาท++) เป็นไอศกรีมเกาลัดเนื้อเนียน ที่ทำมาจากเกาลัดเชื่อมของฝรั่งเศส มีเนื้อเกาลัดให้เคี้ยวนุ่มละมุนไปกับเนื้อไอศกรีมรสหวานกำลังดี และราดด้วยท็อปปิ้งเกาลัดหวานหอม แล้วก็ขอปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูของหวานประจำร้านที่ขายดี นั่นคือ Tiramisu (210 บาท++) เนื้อแน่นเนียนนุ่มเข้มข้นไปด้วยรสชาติของกาแฟเย็นฉ่ำปาก
ครัวเปิดของร้านที่เห็นขั้นตอนการปรุงอาหารของเชฟ
       เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเมนูจานเด็ด ที่ “ตระเวนกิน” และเพื่อนได้ลองลิ้มและติดใจในรสชาติ จนต้องขอนำมาเสนอให้มิตรรักรักนักกินได้ลองตามไปชิมกันบ้าง แต่ว่านอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากในรายการที่ชวนกินไม่แพ้กัน อาทิ Mixed Salad (240 บาท++) Spaghetti alla Carbonara (340 บาท++) Seabass with green sauce (499 บาท++) Grilled Devil Chicken (490 บาท++) และเมนูอื่นๆ อีกสารพัดที่ชวนให้ได้มานั่งละเมียดละไมไปกับการกินอาหารอิตาเลียนที่ “Delicatezza”
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "Delicatezza" (เดลิคาเตซซ่า) ตั้งอยู่ที่ 145 ซ.ทองหล่อ 10 ถ. สุขุมวิท คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าBTS มาลงที่สถานีทองหล่อ แล้วตรงเข้ามาที่ทองหล่อซ.10 เข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านเดลิคาเตซซ่าตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ภายในร้านมีที่จอดรถ เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.30-14.30 และ 17.30-23.00 น. โทร. 0-2392-4977 ถึง 8, 08-1989-8947

No comments:

Post a Comment