Friday, April 29, 2011

ปลาราดซอส .กับ หน่อไม้ฝรั่ง

credit Maeboon bloggang.com
ปลาราดซอส .กับ หน่อไม้ฝรั่ง


Asperges à la flamande sauce légère pour poisson






เมื่อ วานเขียนเรื่องไปกินข้าวที่ร้าน แล้วมันไม่ได้ดั่งใจ แถมราคาแพงอีกต่างหาก วันก่อนไปเดินตลาดได้ปลาเก๋ามาหนึ่งซีกใหญ่เกือบ 400 g. แถมยังอุดหนุนคุณยายที่ตัดหน่อไม้ฝรั่งจากสวนมาขาย ไม่แพงกำใหญ่เชียวจ่ายไป 4 € แล้วก็ซื้อเห้ดนางฟ้าติดมา เผื่อ ๆ ไปงั้น เพราะยังไม่มีอะไรในหัวว่าจะทำอะไรกินดี กลับมาบ้านมีไข่ มีอุปกรณ์หลาย ๆ อย่างเกือบครบ เลยได้ความคิดว่าจะลองทำแบบที่กินที่ร้านแล้วไม่มีซอส วันนี้ให้มิเชลลงมือด้วย แม่บุญทอดปลา นึ่งผัก ส่วนซอสมิเชลอาสามาทำ คนละไม้ละมือ เสร็จเร็วได้กินทันใจ ทำคนเดียวขั้นตอมันเยอะ..เลยจะหายหิวเสียก่อน..ว่าแล้วมาลงมือทำกันเลยดี กว่า





Photobucket





เครื่องปรุง





แม่บุญใช้ปลาที่มีคือ ปลาเก๋า ชิ้นโต 1 ชิ้น ประมาณ 350 กรัม
แป้งอเนกประสงค์ 1 ช.ต
หน่อไม้ฝรั่ง 1 กำ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
persil เอามาสับให้ละเอียด
น้ำมันมะกอก 2 ช.ต
ผงขมิ้น
ก้างปลาเอาไปต้ม เตรียมทำน้ำสต็อกไว้ค่ะ ตอนต้มใช้ไฟแรง ห้ามคน พอเดือดสักพักใช้ไฟอ่อน ต้มสัก 10 นาที ปิดไฟ ยกลงพักไว้



ทำซอสราดปลา




ไวน์ขาว 1/2 แก้ว
เหล้า Noilly Prat ½ แก้ว
เห็ดนางฟ้า 3-4 ดอก หรือแล้วแต่จำนวนคน ความชอบ
เนย 1 ช.ต
เกลือ พริกไทย
ครีมชนิดเข้มข้น 2 ช.ต
หอมแดง 1 หัวเล็ก




Photobucket



ไม่จำเป็นต้องหาไวน์แพง ๆ นะคะ ใช้ไวน์ไทยก็ได้ค่ะ ถ้าอยู่เมืองไทยลองดูว่าจะดีไหม แล้วบอกด้วยนะคะถ้าอร่อย ว่ายี่ห้ออะไร





วิธีทำ


หั่น ปลาเป็นชิ้นโตเลาะก้างออก แล้วล้างปลาให้สะอาด ซับด้วยกระดาษให้แห้ง ใส่แป้งอเนกประสงค์ในภาชนะ ใส่เกลือ พริกไทย ผงขมิ้น เล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน แล้วเอาปลาที่เตรียมไว้ลงไปคลุกผงแป้งให้ทั่ว ยกออก พักไว้
ที่ใส่ผงขมิ้นเพราะทำให้ปลาไม่มีกลิ่นคาว
หรือเวลาล้างปลา ทาเกลือให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้หายคาวก็ได้เช่นกัน

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200° c เตรียมไว้

ตั้ง กระทะไฟปานกลาง ใสน้ำมันมะกอก หรือเนยจะทำให้หอมขึ้น แต่แม่บุญไม่ชอบเพราะเนยชอบไหม้ นำปลาที่เตรียมไว้ลงไปทอดให้สีเหลืองเล็กน้อย แล้วยกออก นำเข้าเตาอบประมาณ 10-15 นาที แล้วแต่ขนาดของปลา อย่าลืมตั้งนาฬิกานะคะ เดี๋ยวลืม




Photobucket






ล้างเห็ด ฉีกเป็นชิ้นพอสวยงาม เอาลงผัดกับเนย พอให้เห็ดสลดก็ใช้ได้ ปิดไฟ โรยด้วย persil ที่สับละเอียดแล้วคนให้ทั่ว

ส่วน หน่อไม้ฝรั่ง แม่บุญเอาไปนึ่งประมาณ 20 นาที เพราะเธออวบอ้วนมาก เลยต้องนึ่งกันนานหน่อย เสร็จแล้วเอาออกมาหั่นเป็นท่อนยาวประมาณสี่นิ้ว หากชอบให้สีความมันเงาน่ากิน จะเอาลงผัดกับเนยเล็กน้อยก่อนตักใส่จานแบบที่แม่บุญทำก็ได้ค่ะ

ไข่ ไก่ ต้มสุก ประมาณ 10 นาที ยกออกแช่น้ำเย็น หั่นให้ละเอียด จะใช้ที่หั่นไข่ช่วยจะทำให้สวยขึ้น เสร็จแล้วเติมพริกไทย เกลือเล็กน้อยผสมกัน โรย persil อีกนิด เตรียมไว้ค่ะ

วิธีทำซอส

สับ หอมแดงให้ละเอียด ตั้งหม้อขนาดเล็กสำหรับทำซอสใช้ไฟกลาง ใส่เนยเล็กน้อย เอาหอมแดงลงผัดพอให้สลด ไม่ให้เปลี่ยนสีนะคะ ห้ามลืม ...จากนั้นใส่ไวน์ขาว เหล้า Noilly Prat เคี่ยวไปสักพักใหญ่ ให้แอลกอฮอล์ระเหยหมด ใส่น้ำสต็อกปลา เคี่ยวให้น้ำเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง ยกออก เทใส่กระชอนกรองเอากากหอมแดงออก แล้วเทกลับใส่หม้อเหมือนเดิม



Photobucket






ผสม เนยกับแป้งอเนกประสงค์ ในที่นี่ ห้ามใช้แป้งไทย เช่น แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว ข้าวจ้าว ไม่ใช่นะคะ เคยอ่านเจอ...งงงงง ที่พอใช้ได้คือแป้งข้าวโพด แต่ที่บ้านใช้แป้งสำหรับทำอาหาร หรือแป้งทำขนมอบ เอาช้อนซ่อมยีเนยผสมลงไป แล้วใส่ลงไปในซอสที่ยังตั้งไฟอยู่ ตอนนี้ยกออกจากเตา ใช้ที่ตี ๆ เนยที่ผสมไว้กับซอสทำเร็ว ๆ ด้วยมือ จนเนื้อซอสข้นปานกลาง
ใช้ได้ค่ะ อย่าลืมเติมเกลือ พริกไทย แล้วชิมดู แม่บุญชอบหยดมะนาวอีกเล็กน้อย เพราะกินกับปลา ทำให้รสชาติเข้มขึ้นค่ะ และไม่เลี่ยนด้วย


คราวนี้มาแต่งจานกัน จับหน่อไม้ฝรั่งมาเรียงให้สวยงาม ตามด้วยเห็ดนางฟ้า แล้วตักปลาที่อบจนสุกแล้ววางข้าง ๆ โรยไข่บนหน่อไม้ฝรั่ง ตามด้วยซอส แล้วแต่ความคิดของใครว่าจะบรรเจิดเกิดอาการ food stylist แค่ไหน ทำเสร็จแล้วถ่ายรูปงาม ๆ มาให้แม่บุญดูนะคะ เสร็จแล้วค่ะ คงไม่ยุ่งยากเกินไปนะคะ เพราะเลือกแบบง่ายที่สุด และอุปกรณ์หาได้ไม่ยากนัก



Photobucket





จัด เสร็จ...เสริฟค่ะ ตามนิสัยคนไทย แม่บุญแอบหุงข้าวผสมธัญพืช แล้วเอามาวางแหมะข้าง ๆ ปลา อดกินกับข้าวร้อน ๆ ไม่ได้ แถมมีพริก น้ำปลาราดอีกต่่างหาก...มิเชล..ส่ายหน้า เฮ้อ...ยังไง เธอก็ยังเป็นคนไทยอยู่ดีนะแม่บุญ เออ...นั่นสินะ เลือดมันเข้มข้นเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยานั่นแหละ อิ อิ...อร่อยจัง




Photobucket







Photobucket




เคล็ดลับความอร่อยของแม่บุญจ้า พริก น้ำปลา มะนาว ใส่กระเทียวสดเยอะ ๆ เพราะแม่บุญคลอเรสเตอรอลสูงมากจ้า ถึงไม่ค่อยทำขนมกินไง...

No comments:

Post a Comment