Monday, November 21, 2011

“เตาปูน บิสโทร” (TAOPOON BISTRO) ร้านเล็ก...เล็ก แต่อาหารรสชาติใหญ่ / สันติ เศวตวิมล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2554 17:59 น.
โดย : สันติ เศวตวิมล
“พิช แอนด์ ชิปส์” ฝีมือนักเรียนอังกฤษ
       ไม่ต้องไปสีลม...สุขุมวิทให้หงุดหงิด
       กรุงเทพทางด้านเหนือก็มีร้านอาหารอร่อยนานาชาติ
      
       “ป้าช้อย”...ถามผมว่า เคยกินอาหารฝีมือพวกพระยามหาอำมาตย์ธิบดีแล้วหรือยัง
      
       ผมฟังแล้วก็เง็ง...เง็ง เพราะผมเป็นเด็กรุ่นหลัง ต่างไปจากคุณป้าที่มีปู่เป็นพระยา พวกผู้ใหญ่เขาถึงกัน
      
       ป้าแกคงจะอ่านความคิดเห็นผมทัน ก็เลยบอกผมว่า พระยามหาอำมาตย์ที่ว่าก็คือบิดาของคุณลุง “สรรพสิริ วิริยศิริ” นักหนังสือรุ่นพี่ของคุณป้าที่เคยเดือดร้อนสมัย 6 ตุลา 2519 ร่วมกันมา
      
       คุณลุงสรรพสิริเก่งสารพัดตั้งแต่เป็นนักข่าว ช่างภาพ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์
      
       ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชื่อ “ก็แค่...นักหนังสือพิมพ์เท่านั้น” อ่านแล้วในมันฮึกเหิม เลยต้องมาทำงานเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้
       
“หอมคำ” ของกินเล่นของขุนนางไทย
       ป้าช้อย...บอกผมว่า คุณลุงสรรพสิริมีหลานสาวมีฝีมือทำอาหารคาวหวาน ชื่อ “เฉลิมเนตร วิริยศิริ”
       ที่ต้องเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็เพราะเป็นอาจารย์โรงเรียนดนตรี “ศุภกร” อยู่แถวถนนสามเสน ท่าวาสุกรี เป็นโรงเรียนสอนดนตรีเก่าก่อน คนในวงการเพลงรู้จักกันดี ผมก็รู้จัก แต่ไม่ยักกะรู้ว่าอาจารย์เฉลิมเนตรเก่งเรื่องอาหาร
      
       จนกระทั่งป้าช้อยพาผมไปร้านชื่อ “เตาปูน บิสโทร” อยู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลยสามแยกเตาปูน แล้วก็อยู่เยื้องโรงพักเตาปูน ผมจึงได้รู้ว่า พวกนักดนตรีทำอาหารเก่ง!!
        
“อาจารย์เพลินเนตร วิริยศิริ” รร.ดนตรีศุภการ หลานสรรพสิริ วิริยศิริ เจ้าของร้าน
       ร้าน “เตาปูน บิสโทร” อยู่ริมถนน หาง่าย แค่เห็นสีทาร้านใครเห็นก็ต้องจำได้ เพราะอาจารย์เล่นทาสีซะเหลืองอ๋อย ราวกับจีวรพระ แถมตัดด้วยสีเขียว เหมือนกับเป็นนักเรียนเก่าวัดเทพศิรินทร์อย่างนั้นล่ะ
      
       ความจริงร้านนี้เป็นบ้านเก่าสมัยเจ้าคุณปู่ เอามาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารแบบฝรั่ง อย่างที่เรียกว่า “บิสโทร” (BISTRO) ซึ่งมีความหมายว่า
       
       เป็นร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่อร่อยแบบ “โฮมเมด” คือทำกินกันเอง เพื่อความสุนทรีย์
       อาจารย์เพลินเนตร ก็ตั้งใจประมาณนั้น
      
       ทำร้านอาหาร “เตาปูน บิสโทร” ก็เพราะจะโชว์ฝีมือในการทำอาหารมากกว่าจะค้ากำไร
       
“วอฟเฟิล” สูตรจากเบลเยียม
       อย่างที่ผมบอกไว้ว่า ร้านนี้ดัดแปลงมาจากบ้านเก่าสมัยร้อยปี อาจารย์เฉลิมเนตร วิริยศิริเป็นเจ้าของกิจการ แล้วให้หลานสาวผู้เชี่ยวชาญอาหารหวานคาวนานาชาติทิ้งงานโรงแรมระดับเงิน เดือนแพง...แพงมาเป็นแม่ครัวร้านนี้
      
       อาหารร้านเตาปูน บิสโทร มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย กระทั่งอาหารจีนประเภทจานเดียว กินง่าย...ง่าย ราคาไม่แพง
      
       อารหารฝรั่งเป็นฝีมือดัดแปลงของแม่ครัวตัวดีที่ไม่ก็อปปี้ฝรั่ง เพราะเรามีรสลิ้นเป็นของเรา
      
       แต่ถ้าเป็นอาหารไทย ก็จะเป็นอาหารของขุนน้ำขุนนางเก่า ทำกินกันในบ้านให้ลูกหลานรู้รสมือของปู่ย่าตายาย
      
       ผมไปกินกับป้าช้อยคราวนั้น ก็ติดอกติดใจ ก็เลยต้องมาเขียนเล่าให้ได้รู้...รู้กันไว้
      
       เพราะนอกจากอร่อยราคาถูกแล้ว ร้านนี้สะดวกสบาย มีที่จอดรถในบ้านเป็นสิบคัน แถมเตาปูนไม่ไกลจากหน้าบ้านสวนเมืองนนท์ซะเท่าไหร่
       
“เตาปูน บิสโทร”
       ส่วนจะเลือกกินอะไรก็ตามอัธยาศัย ร้านนี้ก็เหมือนร้าน “ป้าแมว” หลานสะใภ้ “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” เจ้าเมืองพระตะบอง ร้านนี้ก็ดอง...ดองกันเพราะว่า
      
       พระยามหาอำมาตย์ธิบดีที่เป็นเจ้ากรมแผนที่ และเป็นคนแรกที่เรียกร้องเสียมราฐ พระตะบอง มงคลบุรี ศรีโสภณให้กลับมาสู่อ้อมอกไทย
      
       เรื่องผู้ใหญ่ เรื่องขุนน้ำขุนนางทั้งหลาย ป้าช้อยแกเก่ง ส่วนผมคงจะเก่งแค่กิน
      
       ไปกินกันเถิดครับ ร้านลูกหลานบรรพบุรุษไทย ผู้สู้เพื่อประเทศชาติมาแล้วทั้งนั้น...
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านเตาปูน บิสโทร
       1242/1 ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 28 บางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ 02-911-5898 เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 10.30 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน)

“ปลาหมึกแดดเดียว” เคี้ยวหนึบถึงใจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2554 17:43 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       ถ้าหากถามว่าเมนูเด็ดจากปลาหมึกนั้นมีอะไรบ้าง สิ่งที่ตอบได้อย่างแรกก็คือ ปลาหมึกย่าง ที่จะได้รสชาติความสดอร่อยของปลาหมึก รวมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บที่อร่อยโดนใจ แต่ถ้าเบื่อเมนูนี้แล้ว ก็จะนำไปต้มยำทำแกงได้อีกหลายเมนู อย่างในมื้อนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูอร่อยเด็ดจาปาหมึกมาให้ลองทำกันดู นั่นก็คือ “ปลาหมึกแดดเดียว”
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
       น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
       น้ำมันสำหรับทอด
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย

“เตาปูน บิสโทร” (TAOPOON BISTRO) ร้านเล็ก...เล็ก แต่อาหารรสชาติใหญ่ / สันติ เศวตวิมล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2554 17:59 น.
โดย : สันติ เศวตวิมล
“พิช แอนด์ ชิปส์” ฝีมือนักเรียนอังกฤษ
       ไม่ต้องไปสีลม...สุขุมวิทให้หงุดหงิด
       กรุงเทพทางด้านเหนือก็มีร้านอาหารอร่อยนานาชาติ
      
       “ป้าช้อย”...ถามผมว่า เคยกินอาหารฝีมือพวกพระยามหาอำมาตย์ธิบดีแล้วหรือยัง
      
       ผมฟังแล้วก็เง็ง...เง็ง เพราะผมเป็นเด็กรุ่นหลัง ต่างไปจากคุณป้าที่มีปู่เป็นพระยา พวกผู้ใหญ่เขาถึงกัน
      
       ป้าแกคงจะอ่านความคิดเห็นผมทัน ก็เลยบอกผมว่า พระยามหาอำมาตย์ที่ว่าก็คือบิดาของคุณลุง “สรรพสิริ วิริยศิริ” นักหนังสือรุ่นพี่ของคุณป้าที่เคยเดือดร้อนสมัย 6 ตุลา 2519 ร่วมกันมา
      
       คุณลุงสรรพสิริเก่งสารพัดตั้งแต่เป็นนักข่าว ช่างภาพ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์
      
       ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชื่อ “ก็แค่...นักหนังสือพิมพ์เท่านั้น” อ่านแล้วในมันฮึกเหิม เลยต้องมาทำงานเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้
       
“หอมคำ” ของกินเล่นของขุนนางไทย
       ป้าช้อย...บอกผมว่า คุณลุงสรรพสิริมีหลานสาวมีฝีมือทำอาหารคาวหวาน ชื่อ “เฉลิมเนตร วิริยศิริ”
       ที่ต้องเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็เพราะเป็นอาจารย์โรงเรียนดนตรี “ศุภกร” อยู่แถวถนนสามเสน ท่าวาสุกรี เป็นโรงเรียนสอนดนตรีเก่าก่อน คนในวงการเพลงรู้จักกันดี ผมก็รู้จัก แต่ไม่ยักกะรู้ว่าอาจารย์เฉลิมเนตรเก่งเรื่องอาหาร
      
       จนกระทั่งป้าช้อยพาผมไปร้านชื่อ “เตาปูน บิสโทร” อยู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลยสามแยกเตาปูน แล้วก็อยู่เยื้องโรงพักเตาปูน ผมจึงได้รู้ว่า พวกนักดนตรีทำอาหารเก่ง!!
        
“อาจารย์เพลินเนตร วิริยศิริ” รร.ดนตรีศุภการ หลานสรรพสิริ วิริยศิริ เจ้าของร้าน
       ร้าน “เตาปูน บิสโทร” อยู่ริมถนน หาง่าย แค่เห็นสีทาร้านใครเห็นก็ต้องจำได้ เพราะอาจารย์เล่นทาสีซะเหลืองอ๋อย ราวกับจีวรพระ แถมตัดด้วยสีเขียว เหมือนกับเป็นนักเรียนเก่าวัดเทพศิรินทร์อย่างนั้นล่ะ
      
       ความจริงร้านนี้เป็นบ้านเก่าสมัยเจ้าคุณปู่ เอามาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารแบบฝรั่ง อย่างที่เรียกว่า “บิสโทร” (BISTRO) ซึ่งมีความหมายว่า
       
       เป็นร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่อร่อยแบบ “โฮมเมด” คือทำกินกันเอง เพื่อความสุนทรีย์
       อาจารย์เพลินเนตร ก็ตั้งใจประมาณนั้น
      
       ทำร้านอาหาร “เตาปูน บิสโทร” ก็เพราะจะโชว์ฝีมือในการทำอาหารมากกว่าจะค้ากำไร
       
“วอฟเฟิล” สูตรจากเบลเยียม
       อย่างที่ผมบอกไว้ว่า ร้านนี้ดัดแปลงมาจากบ้านเก่าสมัยร้อยปี อาจารย์เฉลิมเนตร วิริยศิริเป็นเจ้าของกิจการ แล้วให้หลานสาวผู้เชี่ยวชาญอาหารหวานคาวนานาชาติทิ้งงานโรงแรมระดับเงิน เดือนแพง...แพงมาเป็นแม่ครัวร้านนี้
      
       อาหารร้านเตาปูน บิสโทร มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย กระทั่งอาหารจีนประเภทจานเดียว กินง่าย...ง่าย ราคาไม่แพง
      
       อารหารฝรั่งเป็นฝีมือดัดแปลงของแม่ครัวตัวดีที่ไม่ก็อปปี้ฝรั่ง เพราะเรามีรสลิ้นเป็นของเรา
      
       แต่ถ้าเป็นอาหารไทย ก็จะเป็นอาหารของขุนน้ำขุนนางเก่า ทำกินกันในบ้านให้ลูกหลานรู้รสมือของปู่ย่าตายาย
      
       ผมไปกินกับป้าช้อยคราวนั้น ก็ติดอกติดใจ ก็เลยต้องมาเขียนเล่าให้ได้รู้...รู้กันไว้
      
       เพราะนอกจากอร่อยราคาถูกแล้ว ร้านนี้สะดวกสบาย มีที่จอดรถในบ้านเป็นสิบคัน แถมเตาปูนไม่ไกลจากหน้าบ้านสวนเมืองนนท์ซะเท่าไหร่
       
“เตาปูน บิสโทร”
       ส่วนจะเลือกกินอะไรก็ตามอัธยาศัย ร้านนี้ก็เหมือนร้าน “ป้าแมว” หลานสะใภ้ “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” เจ้าเมืองพระตะบอง ร้านนี้ก็ดอง...ดองกันเพราะว่า
      
       พระยามหาอำมาตย์ธิบดีที่เป็นเจ้ากรมแผนที่ และเป็นคนแรกที่เรียกร้องเสียมราฐ พระตะบอง มงคลบุรี ศรีโสภณให้กลับมาสู่อ้อมอกไทย
      
       เรื่องผู้ใหญ่ เรื่องขุนน้ำขุนนางทั้งหลาย ป้าช้อยแกเก่ง ส่วนผมคงจะเก่งแค่กิน
      
       ไปกินกันเถิดครับ ร้านลูกหลานบรรพบุรุษไทย ผู้สู้เพื่อประเทศชาติมาแล้วทั้งนั้น...
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้านเตาปูน บิสโทร
       1242/1 ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 28 บางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ 02-911-5898 เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 10.30 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน)

“ปลาหมึกแดดเดียว” เคี้ยวหนึบถึงใจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2554 17:43 น.
โดย : กุ๊กเล็ก


       ถ้าหากถามว่าเมนูเด็ดจากปลาหมึกนั้นมีอะไรบ้าง สิ่งที่ตอบได้อย่างแรกก็คือ ปลาหมึกย่าง ที่จะได้รสชาติความสดอร่อยของปลาหมึก รวมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บที่อร่อยโดนใจ แต่ถ้าเบื่อเมนูนี้แล้ว ก็จะนำไปต้มยำทำแกงได้อีกหลายเมนู อย่างในมื้อนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูอร่อยเด็ดจาปาหมึกมาให้ลองทำกันดู นั่นก็คือ “ปลาหมึกแดดเดียว”
      
       ส่วนผสมมีดังนี้
       ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
       น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
       น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
       น้ำมันสำหรับทอด
      
       วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย

Sunday, November 20, 2011

สูตรหอยทอดอร่อยๆ


เนื้อหอยแมลงภู่      500   กรัม
แป้งทอดกรอบ      2   ซอง
ไข่ไก่         2   ฟอง
น้ำ         2   ถ้วยตวง
ขนมปังป่น         2   ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก      200   กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น      100   กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีหั่นฝอย           
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ           
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ           
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ           
กระเทียมหั่นละเอียด      2   ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด   1   ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า           
                 
สิ่งที่ต้องเตรียม                 
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ      10   เม็ด     
ซอสมะเขือเทศ      1/2   ถ้วยตวง     
ซอสพริก         1   ถ้วยตวง     
กระเทียมหั่นหยาบ      2   ช้อนโต๊ะ     
รากผักชีหั่นหยาบ      1   ช้อนโต๊ะ     
น้ำตาลทราย      1/2   ถ้วยตวง     
เกลือป่น         1   ช้อนชา     
น้ำส้มสายชู         1/2   ถ้วยตวง     
ผักชีหั่นฝอย      2   ช้อนโต๊ะ     

วิธีทำ                 
-
ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน                 
-
จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น                 
-
ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น                 
-
เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
-
โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม

วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
-
โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
-
ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
-
ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด

สูตรหอยทอดอร่อยๆ


เนื้อหอยแมลงภู่      500   กรัม
แป้งทอดกรอบ      2   ซอง
ไข่ไก่         2   ฟอง
น้ำ         2   ถ้วยตวง
ขนมปังป่น         2   ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก      200   กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น      100   กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย      1   ต้น
ผักชีหั่นฝอย           
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ           
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ           
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ           
กระเทียมหั่นละเอียด      2   ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด   1   ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า           
                 
สิ่งที่ต้องเตรียม                 
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ      10   เม็ด     
ซอสมะเขือเทศ      1/2   ถ้วยตวง     
ซอสพริก         1   ถ้วยตวง     
กระเทียมหั่นหยาบ      2   ช้อนโต๊ะ     
รากผักชีหั่นหยาบ      1   ช้อนโต๊ะ     
น้ำตาลทราย      1/2   ถ้วยตวง     
เกลือป่น         1   ช้อนชา     
น้ำส้มสายชู         1/2   ถ้วยตวง     
ผักชีหั่นฝอย      2   ช้อนโต๊ะ     

วิธีทำ                 
-
ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน                 
-
จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น                 
-
ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น                 
-
เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
-
โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม

วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
-
โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
-
ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
-
ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด

พระรามลงสรง


เครื่องปรุง                   
-
อกไก่           500 กรัม
-
ผักบุ้งจีนอ่อน ๆ           1 กิโลกรัม
-
มะพร้าวขูด           400 กรัม
-
ถั่วลิสงคั่วป่น           1/3 ถ้วย
-
มะขามเปียก           3 ช้อนโต๊ะ
-
น้ำตาลมะพร้าว           2 ช้อนโต๊ะ
-
น้ำปลา           2 ช้อนโต๊ะ
 
                 

เครื่องปรุงน้ำพริกแกง     
-
พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ  3 เม็ด
-
กระเทียมซอย           1 ช้อนโต๊ะ
-
หอมแดงซอย           1 1/2 ช้อนโต๊ะ
-
รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
-
ตะไคร้ซอย           1 ช้อนโต๊ะ
-
ข่าหั่นละเอียด           1 ช้อนชา
-
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/4 ช้อนชา
-
เกลือป่น 1 ช้อนชา

***
โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด                 
                 
วิธีทำ                  
1
คั้นมะพร้าวใส่น้ำ 1 1/2 ถ้วย คั้นให้ได้กะทิ 2 1/4 ถ้วย ช้อนหัวกะทิไว้ 1 ถ้วย
2
ใส่หัวกะทิในกระทะตั้งไฟ พอแตกมันใส่เครื่องแกง ผัดให้หอม เติมกะทิที่เหลือ
3
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดพอแตกมันใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปคนให้เข้าพอทั่ว ยกลง
4
ล้างไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
5
นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟพอเดือด ลวกไก่ให้พอสุก
6
ล้างผักบุ้ง ลวกผักบุ้งในน้ำเดือด แล้วแช่น้ำเย็นทันที เอาขึ้นจากน้ำ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ใส่จาน วางไก่ลวกบนผักบุ้ง ตักน้ำที่ผัดราด เสิร์ฟทันที 

ปล. จะลวกเส้นสปาเก็ตตี้เพิ่ม พร้อมกับตัวอาหารก้ออร่อยอย่างบอกใครค่ะ