| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
กรุงเทพทางด้านเหนือก็มีร้านอาหารอร่อยนานาชาติ “ป้าช้อย”...ถามผมว่า เคยกินอาหารฝีมือพวกพระยามหาอำมาตย์ธิบดีแล้วหรือยัง ผมฟังแล้วก็เง็ง...เง็ง เพราะผมเป็นเด็กรุ่นหลัง ต่างไปจากคุณป้าที่มีปู่เป็นพระยา พวกผู้ใหญ่เขาถึงกัน ป้าแกคงจะอ่านความคิดเห็นผมทัน ก็เลยบอกผมว่า พระยามหาอำมาตย์ที่ว่าก็คือบิดาของคุณลุง “สรรพสิริ วิริยศิริ” นักหนังสือรุ่นพี่ของคุณป้าที่เคยเดือดร้อนสมัย 6 ตุลา 2519 ร่วมกันมา คุณลุงสรรพสิริเก่งสารพัดตั้งแต่เป็นนักข่าว ช่างภาพ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชื่อ “ก็แค่...นักหนังสือพิมพ์เท่านั้น” อ่านแล้วในมันฮึกเหิม เลยต้องมาทำงานเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้ | ||||
ที่ต้องเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็เพราะเป็นอาจารย์โรงเรียนดนตรี “ศุภกร” อยู่แถวถนนสามเสน ท่าวาสุกรี เป็นโรงเรียนสอนดนตรีเก่าก่อน คนในวงการเพลงรู้จักกันดี ผมก็รู้จัก แต่ไม่ยักกะรู้ว่าอาจารย์เฉลิมเนตรเก่งเรื่องอาหาร จนกระทั่งป้าช้อยพาผมไปร้านชื่อ “เตาปูน บิสโทร” อยู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลยสามแยกเตาปูน แล้วก็อยู่เยื้องโรงพักเตาปูน ผมจึงได้รู้ว่า พวกนักดนตรีทำอาหารเก่ง!! | ||||
ความจริงร้านนี้เป็นบ้านเก่าสมัยเจ้าคุณปู่ เอามาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารแบบฝรั่ง อย่างที่เรียกว่า “บิสโทร” (BISTRO) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่อร่อยแบบ “โฮมเมด” คือทำกินกันเอง เพื่อความสุนทรีย์ อาจารย์เพลินเนตร ก็ตั้งใจประมาณนั้น ทำร้านอาหาร “เตาปูน บิสโทร” ก็เพราะจะโชว์ฝีมือในการทำอาหารมากกว่าจะค้ากำไร | ||||
อาหารร้านเตาปูน บิสโทร มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย กระทั่งอาหารจีนประเภทจานเดียว กินง่าย...ง่าย ราคาไม่แพง อารหารฝรั่งเป็นฝีมือดัดแปลงของแม่ครัวตัวดีที่ไม่ก็อปปี้ฝรั่ง เพราะเรามีรสลิ้นเป็นของเรา แต่ถ้าเป็นอาหารไทย ก็จะเป็นอาหารของขุนน้ำขุนนางเก่า ทำกินกันในบ้านให้ลูกหลานรู้รสมือของปู่ย่าตายาย ผมไปกินกับป้าช้อยคราวนั้น ก็ติดอกติดใจ ก็เลยต้องมาเขียนเล่าให้ได้รู้...รู้กันไว้ เพราะนอกจากอร่อยราคาถูกแล้ว ร้านนี้สะดวกสบาย มีที่จอดรถในบ้านเป็นสิบคัน แถมเตาปูนไม่ไกลจากหน้าบ้านสวนเมืองนนท์ซะเท่าไหร่ | ||||
พระยามหาอำมาตย์ธิบดีที่เป็นเจ้ากรมแผนที่ และเป็นคนแรกที่เรียกร้องเสียมราฐ พระตะบอง มงคลบุรี ศรีโสภณให้กลับมาสู่อ้อมอกไทย เรื่องผู้ใหญ่ เรื่องขุนน้ำขุนนางทั้งหลาย ป้าช้อยแกเก่ง ส่วนผมคงจะเก่งแค่กิน ไปกินกันเถิดครับ ร้านลูกหลานบรรพบุรุษไทย ผู้สู้เพื่อประเทศชาติมาแล้วทั้งนั้น... * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้านเตาปูน บิสโทร 1242/1 ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 28 บางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ 02-911-5898 เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 10.30 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน) |
Monday, November 21, 2011
“เตาปูน บิสโทร” (TAOPOON BISTRO) ร้านเล็ก...เล็ก แต่อาหารรสชาติใหญ่ / สันติ เศวตวิมล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2554 17:59 น.
“ปลาหมึกแดดเดียว” เคี้ยวหนึบถึงใจ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2554 17:43 น.
โดย : กุ๊กเล็ก
ถ้าหากถามว่าเมนูเด็ดจากปลาหมึกนั้นมีอะไรบ้าง สิ่งที่ตอบได้อย่างแรกก็คือ ปลาหมึกย่าง ที่จะได้รสชาติความสดอร่อยของปลาหมึก รวมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บที่อร่อยโดนใจ แต่ถ้าเบื่อเมนูนี้แล้ว ก็จะนำไปต้มยำทำแกงได้อีกหลายเมนู อย่างในมื้อนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูอร่อยเด็ดจาปาหมึกมาให้ลองทำกันดู นั่นก็คือ “ปลาหมึกแดดเดียว”
ส่วนผสมมีดังนี้
ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย
โดย : กุ๊กเล็ก
| |
ส่วนผสมมีดังนี้
ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย
“เตาปูน บิสโทร” (TAOPOON BISTRO) ร้านเล็ก...เล็ก แต่อาหารรสชาติใหญ่ / สันติ เศวตวิมล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2554 17:59 น.
| โดย : สันติ เศวตวิมล | ||||
กรุงเทพทางด้านเหนือก็มีร้านอาหารอร่อยนานาชาติ “ป้าช้อย”...ถามผมว่า เคยกินอาหารฝีมือพวกพระยามหาอำมาตย์ธิบดีแล้วหรือยัง ผมฟังแล้วก็เง็ง...เง็ง เพราะผมเป็นเด็กรุ่นหลัง ต่างไปจากคุณป้าที่มีปู่เป็นพระยา พวกผู้ใหญ่เขาถึงกัน ป้าแกคงจะอ่านความคิดเห็นผมทัน ก็เลยบอกผมว่า พระยามหาอำมาตย์ที่ว่าก็คือบิดาของคุณลุง “สรรพสิริ วิริยศิริ” นักหนังสือรุ่นพี่ของคุณป้าที่เคยเดือดร้อนสมัย 6 ตุลา 2519 ร่วมกันมา คุณลุงสรรพสิริเก่งสารพัดตั้งแต่เป็นนักข่าว ช่างภาพ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียนไว้ ชื่อ “ก็แค่...นักหนังสือพิมพ์เท่านั้น” อ่านแล้วในมันฮึกเหิม เลยต้องมาทำงานเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์มาจนถึงทุกวันนี้ | ||||
ที่ต้องเรียกว่าเป็นอาจารย์ ก็เพราะเป็นอาจารย์โรงเรียนดนตรี “ศุภกร” อยู่แถวถนนสามเสน ท่าวาสุกรี เป็นโรงเรียนสอนดนตรีเก่าก่อน คนในวงการเพลงรู้จักกันดี ผมก็รู้จัก แต่ไม่ยักกะรู้ว่าอาจารย์เฉลิมเนตรเก่งเรื่องอาหาร จนกระทั่งป้าช้อยพาผมไปร้านชื่อ “เตาปูน บิสโทร” อยู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เลยสามแยกเตาปูน แล้วก็อยู่เยื้องโรงพักเตาปูน ผมจึงได้รู้ว่า พวกนักดนตรีทำอาหารเก่ง!! | ||||
ความจริงร้านนี้เป็นบ้านเก่าสมัยเจ้าคุณปู่ เอามาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารแบบฝรั่ง อย่างที่เรียกว่า “บิสโทร” (BISTRO) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นร้านอาหารเล็ก...เล็ก แต่อร่อยแบบ “โฮมเมด” คือทำกินกันเอง เพื่อความสุนทรีย์ อาจารย์เพลินเนตร ก็ตั้งใจประมาณนั้น ทำร้านอาหาร “เตาปูน บิสโทร” ก็เพราะจะโชว์ฝีมือในการทำอาหารมากกว่าจะค้ากำไร | ||||
อาหารร้านเตาปูน บิสโทร มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย กระทั่งอาหารจีนประเภทจานเดียว กินง่าย...ง่าย ราคาไม่แพง อารหารฝรั่งเป็นฝีมือดัดแปลงของแม่ครัวตัวดีที่ไม่ก็อปปี้ฝรั่ง เพราะเรามีรสลิ้นเป็นของเรา แต่ถ้าเป็นอาหารไทย ก็จะเป็นอาหารของขุนน้ำขุนนางเก่า ทำกินกันในบ้านให้ลูกหลานรู้รสมือของปู่ย่าตายาย ผมไปกินกับป้าช้อยคราวนั้น ก็ติดอกติดใจ ก็เลยต้องมาเขียนเล่าให้ได้รู้...รู้กันไว้ เพราะนอกจากอร่อยราคาถูกแล้ว ร้านนี้สะดวกสบาย มีที่จอดรถในบ้านเป็นสิบคัน แถมเตาปูนไม่ไกลจากหน้าบ้านสวนเมืองนนท์ซะเท่าไหร่ | ||||
พระยามหาอำมาตย์ธิบดีที่เป็นเจ้ากรมแผนที่ และเป็นคนแรกที่เรียกร้องเสียมราฐ พระตะบอง มงคลบุรี ศรีโสภณให้กลับมาสู่อ้อมอกไทย เรื่องผู้ใหญ่ เรื่องขุนน้ำขุนนางทั้งหลาย ป้าช้อยแกเก่ง ส่วนผมคงจะเก่งแค่กิน ไปกินกันเถิดครับ ร้านลูกหลานบรรพบุรุษไทย ผู้สู้เพื่อประเทศชาติมาแล้วทั้งนั้น... * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ร้านเตาปูน บิสโทร 1242/1 ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 28 บางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ 02-911-5898 เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 10.30 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน) |
“ปลาหมึกแดดเดียว” เคี้ยวหนึบถึงใจ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2554 17:43 น.
โดย : กุ๊กเล็ก
ถ้าหากถามว่าเมนูเด็ดจากปลาหมึกนั้นมีอะไรบ้าง สิ่งที่ตอบได้อย่างแรกก็คือ ปลาหมึกย่าง ที่จะได้รสชาติความสดอร่อยของปลาหมึก รวมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บที่อร่อยโดนใจ แต่ถ้าเบื่อเมนูนี้แล้ว ก็จะนำไปต้มยำทำแกงได้อีกหลายเมนู อย่างในมื้อนี้ที่ “กุ๊กเล็ก” ก็มีเมนูอร่อยเด็ดจาปาหมึกมาให้ลองทำกันดู นั่นก็คือ “ปลาหมึกแดดเดียว”
ส่วนผสมมีดังนี้
ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย
โดย : กุ๊กเล็ก
| |
ส่วนผสมมีดังนี้
ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ ประมาณ 1-1 1/2 กิโลกรัม
น้ำปลาอย่างดี 5 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ เริ่มจากนำปลาหมึกมาล้างให้สะอาด ลอกหนังออก แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้น ผสมน้ำปลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี นำปลาหมึกลงไปหมักกับน้ำปลาและน้ำตาลในกล่อง หรือกะละมังใบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องซ้อนตัวปลาหมึก ทำให้ปลาหมึกเค็มเท่ากันทั่วทั้งตัว หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือจะหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นนำมาตากแดดจนปลาหมึกหมาด (ถ้าแดดแรงก็ตากประมาณ 2-3 ชั่วโมง) พอได้ที่แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่ปลาหมึกลงทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย
Sunday, November 20, 2011
สูตรหอยทอดอร่อยๆ
เนื้อหอยแมลงภู่ 500 กรัม
แป้งทอดกรอบ 2 ซอง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำ 2 ถ้วยตวง
ขนมปังป่น 2 ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก 200 กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น 100 กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีหั่นฝอย
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ
กระเทียมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด 1 ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ 10 เม็ด
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
ซอสพริก 1 ถ้วยตวง
กระเทียมหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
ผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน
- จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น
- ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น
- เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
- โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม
วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
- โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
- ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
- ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด
แป้งทอดกรอบ 2 ซอง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำ 2 ถ้วยตวง
ขนมปังป่น 2 ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก 200 กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น 100 กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีหั่นฝอย
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ
กระเทียมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด 1 ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ 10 เม็ด
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
ซอสพริก 1 ถ้วยตวง
กระเทียมหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
ผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน
- จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น
- ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น
- เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
- โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม
วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
- โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
- ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
- ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด
สูตรหอยทอดอร่อยๆ
เนื้อหอยแมลงภู่ 500 กรัม
แป้งทอดกรอบ 2 ซอง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำ 2 ถ้วยตวง
ขนมปังป่น 2 ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก 200 กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น 100 กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีหั่นฝอย
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ
กระเทียมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด 1 ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ 10 เม็ด
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
ซอสพริก 1 ถ้วยตวง
กระเทียมหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
ผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน
- จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น
- ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น
- เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
- โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม
วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
- โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
- ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
- ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด
แป้งทอดกรอบ 2 ซอง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำ 2 ถ้วยตวง
ขนมปังป่น 2 ถ้วยตวง
ถั่วงอกเด็ดราก 200 กรัม
แครอทหั่นเป็นเส้น 100 กรัม
ต้นหอมหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ต้น
ผักชีหั่นฝอย
ซีอิ๊วขาวมากน้อยตามชอบ
น้ำตาลทรายมากน้อยตามชอบ
ผงปรุงรสไก่มากน้อยตามชอบ
กระเทียมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอด 1 ขวด
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นหยาบ 10 เม็ด
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง
ซอสพริก 1 ถ้วยตวง
กระเทียมหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
ผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบ กับไข่ไก่และน้ำเข้าด้วยกัน
- จุ่มเนื้อหอยแมลงภู่ลงในแป้งทอดกรอบ ตักขึ้นคลุกลงในขนมปังป่น
- ทอดหอยแมลงภู่ ในน้ำมันถั่วเหลือง ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลือง จึงตักขึ้น
- เจียวกระเทียมกับน้ำมันถั่วเหลืองจนหอม ใส่ถั่วงอก แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผงปรุงรสไก่ และน้ำตาลทราย ผัดใช้ไฟแรงใส่หอยทอดที่ทอดเตรียมไว้ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี จึงตักขึ้น
- โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชีและพริกไทยป่น รับประทานกับน้ำจิ้ม
วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
- โขลกพริกชี้ฟ้าแดง กับกระเทียม และรากผักชี เข้าด้วยกัน
- ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน ตั้งไฟจนเดือดทั่วดี เติมซอสพริก ซอสมะเขือเทศและเครื่องที่โขลกเตรียมไว้ คนผสมจนเข้ากันดี จึงยกลง
- ใช้รับประทานคู่กับหอยทอด
พระรามลงสรง
เครื่องปรุง
- อกไก่ 500 กรัม
- ผักบุ้งจีนอ่อน ๆ 1 กิโลกรัม
- มะพร้าวขูด 400 กรัม
- ถั่วลิสงคั่วป่น 1/3 ถ้วย
- มะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุงน้ำพริกแกง
- พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ 3 เม็ด
- กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ข่าหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
- ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
*** โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
วิธีทำ
1 คั้นมะพร้าวใส่น้ำ 1 1/2 ถ้วย คั้นให้ได้กะทิ 2 1/4 ถ้วย ช้อนหัวกะทิไว้ 1 ถ้วย
2 ใส่หัวกะทิในกระทะตั้งไฟ พอแตกมันใส่เครื่องแกง ผัดให้หอม เติมกะทิที่เหลือ
3 ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดพอแตกมันใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปคนให้เข้าพอทั่ว ยกลง
4 ล้างไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
5 นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟพอเดือด ลวกไก่ให้พอสุก
6 ล้างผักบุ้ง ลวกผักบุ้งในน้ำเดือด แล้วแช่น้ำเย็นทันที เอาขึ้นจากน้ำ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ใส่จาน วางไก่ลวกบนผักบุ้ง ตักน้ำที่ผัดราด เสิร์ฟทันที
ปล. จะลวกเส้นสปาเก็ตตี้เพิ่ม พร้อมกับตัวอาหารก้ออร่อยอย่างบอกใครค่ะ
- อกไก่ 500 กรัม
- ผักบุ้งจีนอ่อน ๆ 1 กิโลกรัม
- มะพร้าวขูด 400 กรัม
- ถั่วลิสงคั่วป่น 1/3 ถ้วย
- มะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุงน้ำพริกแกง
- พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ 3 เม็ด
- กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ข่าหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
- ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/4 ช้อนชา
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
*** โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
วิธีทำ
1 คั้นมะพร้าวใส่น้ำ 1 1/2 ถ้วย คั้นให้ได้กะทิ 2 1/4 ถ้วย ช้อนหัวกะทิไว้ 1 ถ้วย
2 ใส่หัวกะทิในกระทะตั้งไฟ พอแตกมันใส่เครื่องแกง ผัดให้หอม เติมกะทิที่เหลือ
3 ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดพอแตกมันใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปคนให้เข้าพอทั่ว ยกลง
4 ล้างไก่ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
5 นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟพอเดือด ลวกไก่ให้พอสุก
6 ล้างผักบุ้ง ลวกผักบุ้งในน้ำเดือด แล้วแช่น้ำเย็นทันที เอาขึ้นจากน้ำ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ใส่จาน วางไก่ลวกบนผักบุ้ง ตักน้ำที่ผัดราด เสิร์ฟทันที
ปล. จะลวกเส้นสปาเก็ตตี้เพิ่ม พร้อมกับตัวอาหารก้ออร่อยอย่างบอกใครค่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)