Wednesday, September 28, 2011

ใบบัวบก...ประโยชน์ที่มากกว่าแก้ช้ำใน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2548 18:43 น.
       "108 เคล็ดกิน" เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่มซะ จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป
      
       แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การ บริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย
       

       นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อ ลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือด ลดการอักเสบ ทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

ใบบัวบก...ประโยชน์ที่มากกว่าแก้ช้ำใน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2548 18:43 น.
       "108 เคล็ดกิน" เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่มซะ จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป
      
       แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การ บริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย
       

       นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อ ลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือด ลดการอักเสบ ทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

ถอนพิษน้ำเมา...ด้วยผักบุ้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2548 18:30 น.
       หลายๆ คนรวมทั้ง “108 เคล็ดกิน” อาจจะเคยได้ยินประโยชน์ของผักบุ้งว่ากินแล้วตาหวาน แต่เจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่นั้น ผักบุ้งหรือที่เรียกอีกอย่างว่าผักทอดยอดนั้นยังถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ มีคุณค่าทางยามากอีกด้วย
      
       เราสามารถพบเห็นเจ้าผักบุ้งชูยอดแตกใบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำหรือที่ ชื้นแฉะ ไม่ว่าจะเป็นลำคลอง หนอง บึง ทุ่งนา ร่องน้ำต่าง ๆซึ่งชาวบ้านมักอาศัยเก็บจากแหล่งน้ำทั่วไปโดยไม่ต้องปลูก และไม่ต้องซื้อหาจากตลาด ยิ่งเด็ดมากยอดใหม่ก็ยิ่งแตกเพิ่มมากขึ้น และทุกวันนี้เราอาจจะพบเจ้าผักตาหวานได้ง่ายๆ ในเมนูอย่างก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ แกงเทโพ แกงส้ม แกงคั่ว เกาเหลา แม้แต่ยอดอ่อนสด ๆ ก็นิยมนำมารับประทานกับส้มตำ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา ลาบก้อย ยำต่างๆ หรือถ้าไม่ชอบรับประทานสดจะลวก และราดกะทิเพื่อให้น่ากินยิ่งขึ้นก็ทำได้
      
       ประโยชน์อย่างหนึ่งของผักบุ้งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือ ผักบุ้งเป็นหนึ่งในตำรายาไทย คือถือเป็นยาเย็นแก้ถอนพิษเมื่อเมาอีกด้วย นอกจากนั้นคุณค่าของผักบุ้งอยู่ที่สารเบต้าแคโรทีนอันเป็นแหล่งวิตามินเอ ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง เป็นประกายสวยงาม ไม่แสบ หรือรู้สึกแห้งในตาแล้ว ผักบุ้งไทยโดยเฉพาะชนิดต้นขาวจะมีวิตามินซีสูงกว่าชนิดอื่น ๆ ช่วยบำรุงรักษาเหงือก ฟัน ให้แข็งแรง ช่วยทำให้ผิวสวย เลือดดี และเพิ่มความต้านทานโรค ไม่เกิดอาการ แพ้ ต่าง ๆ ง่าย เคล็ดลับอยู่ที่ต้องกินสด ๆ คุณค่าทางวิตามินจะได้ไม่สูญเสียไป
      
       นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งมีเส้นใย อาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผักบุ้งยังมีสารชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน และการเอาน้ำผักบุ้งผสมเกลืออมไว้ในปากประมาณ 2 นาที ทำวันละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยรักษาแผลร้อนในในปากได้ด้วย

ถอนพิษน้ำเมา...ด้วยผักบุ้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2548 18:30 น.
       หลายๆ คนรวมทั้ง “108 เคล็ดกิน” อาจจะเคยได้ยินประโยชน์ของผักบุ้งว่ากินแล้วตาหวาน แต่เจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่นั้น ผักบุ้งหรือที่เรียกอีกอย่างว่าผักทอดยอดนั้นยังถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ มีคุณค่าทางยามากอีกด้วย
      
       เราสามารถพบเห็นเจ้าผักบุ้งชูยอดแตกใบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำหรือที่ ชื้นแฉะ ไม่ว่าจะเป็นลำคลอง หนอง บึง ทุ่งนา ร่องน้ำต่าง ๆซึ่งชาวบ้านมักอาศัยเก็บจากแหล่งน้ำทั่วไปโดยไม่ต้องปลูก และไม่ต้องซื้อหาจากตลาด ยิ่งเด็ดมากยอดใหม่ก็ยิ่งแตกเพิ่มมากขึ้น และทุกวันนี้เราอาจจะพบเจ้าผักตาหวานได้ง่ายๆ ในเมนูอย่างก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ แกงเทโพ แกงส้ม แกงคั่ว เกาเหลา แม้แต่ยอดอ่อนสด ๆ ก็นิยมนำมารับประทานกับส้มตำ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา ลาบก้อย ยำต่างๆ หรือถ้าไม่ชอบรับประทานสดจะลวก และราดกะทิเพื่อให้น่ากินยิ่งขึ้นก็ทำได้
      
       ประโยชน์อย่างหนึ่งของผักบุ้งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือ ผักบุ้งเป็นหนึ่งในตำรายาไทย คือถือเป็นยาเย็นแก้ถอนพิษเมื่อเมาอีกด้วย นอกจากนั้นคุณค่าของผักบุ้งอยู่ที่สารเบต้าแคโรทีนอันเป็นแหล่งวิตามินเอ ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง เป็นประกายสวยงาม ไม่แสบ หรือรู้สึกแห้งในตาแล้ว ผักบุ้งไทยโดยเฉพาะชนิดต้นขาวจะมีวิตามินซีสูงกว่าชนิดอื่น ๆ ช่วยบำรุงรักษาเหงือก ฟัน ให้แข็งแรง ช่วยทำให้ผิวสวย เลือดดี และเพิ่มความต้านทานโรค ไม่เกิดอาการ แพ้ ต่าง ๆ ง่าย เคล็ดลับอยู่ที่ต้องกินสด ๆ คุณค่าทางวิตามินจะได้ไม่สูญเสียไป
      
       นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งมีเส้นใย อาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผักบุ้งยังมีสารชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน และการเอาน้ำผักบุ้งผสมเกลืออมไว้ในปากประมาณ 2 นาที ทำวันละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยรักษาแผลร้อนในในปากได้ด้วย

อาหารมงคลในเทศกาลตรุษจีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2548 18:19 น.
       นอกจากการเฉลิมฉลองและการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว คนจีนยังมีประเพณีเกี่ยวกับอาหารการกินในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่น่าสนใจไม่ น้อย โดยอาหารนานับประเภทในเทศกาลนี้จะให้ความหมายพิเศษเพื่อความเป็นมงคล เช่น ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยในปีที่กำลังจะมาถึง การเฉลิมฉลองตามประเพณีในอดีตจัดขึ้นในบ้าน แต่ปัจจุบัน ด้วยสภาพวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ภัตตาคารและร้านอาหารหลายแห่งจึงได้มีการรับจัดอาหารสำหรับปีใหม่นี้โดย เฉพาะ
      
       อาหารเกือบทุกจานบนโต๊ะในเทศกาลตรุษจีน จะมีนัยยะหรือออกเสียงเหมือนกับคำว่า โชคลาภ ความสุข อายุยืนยาว และความสมบูรณ์ในภาษาจีน อาทิ สาหร่ายเส้นผมตุ๋นกับหอยนางรมแห้ง ให้ความหมายว่า ร่ำรวยและธุรกิจเติบโต รากบัวหมายถึง ความสมบูรณ์ในปีนั้นๆ ในขณะที่หัวผักกาดสื่อถึง ความร่ำรวยยิ่งขึ้น และลิ้นหมู คือกำไร ตามธรรมเนียมคนจีนมักไปเยี่ยมเยียนและอวยพรปีใหม่แก่กันและกัน และจะต้องให้ของที่เป็นสิริมงคล อาทิ ส้ม เพราะคำว่าส้มในภาษาจีนออกเสียงเหมือนกับคำว่า “ทอง” หรือ “ร่ำรวย”
      
       ในวันส่งท้ายปีเก่า เมื่อทุกๆ คนมานั่งล้อมรอบโต๊ะเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน อาหารจานมงคลต่างๆ คือการอวยพรถึงการเริ่มต้นใหม่ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ ปลา คืออาหารจานหลัก เพราะให้ความหมายถึงปีแห่งกำไรหรือโชคลาภ ผัก หมายถึงความสดชื่นตลอดปี และยังเก็บโชคลาภไว้ในรากของต้นอีกด้วย ลักษณะก้อนกลมของเนื้อหมูและลูกชิ้นปลาคือความกลมเกลียว ในขณะที่เปาะเปี๊ยะมีรูปลักษณ์เหมือนทองแท่ง การเตรียมอาหารควรเป็นเลขคู่ เพราะเลขคู่จะนำ “ความสุขสองชั้น” มาสู่ครอบครัว เป็นต้น ส่วนประกอบที่นำมาประกอบอาหารจะต้องหลีกเลี่ยงการตัดหรือสับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี และจะพาโชคร้ายมาสู่ครอบครัว
      
       ที่มา : การท่องเที่ยวฮ่องกง

อาหารมงคลในเทศกาลตรุษจีน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2548 18:19 น.
       นอกจากการเฉลิมฉลองและการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว คนจีนยังมีประเพณีเกี่ยวกับอาหารการกินในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่น่าสนใจไม่ น้อย โดยอาหารนานับประเภทในเทศกาลนี้จะให้ความหมายพิเศษเพื่อความเป็นมงคล เช่น ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยในปีที่กำลังจะมาถึง การเฉลิมฉลองตามประเพณีในอดีตจัดขึ้นในบ้าน แต่ปัจจุบัน ด้วยสภาพวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ภัตตาคารและร้านอาหารหลายแห่งจึงได้มีการรับจัดอาหารสำหรับปีใหม่นี้โดย เฉพาะ
      
       อาหารเกือบทุกจานบนโต๊ะในเทศกาลตรุษจีน จะมีนัยยะหรือออกเสียงเหมือนกับคำว่า โชคลาภ ความสุข อายุยืนยาว และความสมบูรณ์ในภาษาจีน อาทิ สาหร่ายเส้นผมตุ๋นกับหอยนางรมแห้ง ให้ความหมายว่า ร่ำรวยและธุรกิจเติบโต รากบัวหมายถึง ความสมบูรณ์ในปีนั้นๆ ในขณะที่หัวผักกาดสื่อถึง ความร่ำรวยยิ่งขึ้น และลิ้นหมู คือกำไร ตามธรรมเนียมคนจีนมักไปเยี่ยมเยียนและอวยพรปีใหม่แก่กันและกัน และจะต้องให้ของที่เป็นสิริมงคล อาทิ ส้ม เพราะคำว่าส้มในภาษาจีนออกเสียงเหมือนกับคำว่า “ทอง” หรือ “ร่ำรวย”
      
       ในวันส่งท้ายปีเก่า เมื่อทุกๆ คนมานั่งล้อมรอบโต๊ะเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน อาหารจานมงคลต่างๆ คือการอวยพรถึงการเริ่มต้นใหม่ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ ปลา คืออาหารจานหลัก เพราะให้ความหมายถึงปีแห่งกำไรหรือโชคลาภ ผัก หมายถึงความสดชื่นตลอดปี และยังเก็บโชคลาภไว้ในรากของต้นอีกด้วย ลักษณะก้อนกลมของเนื้อหมูและลูกชิ้นปลาคือความกลมเกลียว ในขณะที่เปาะเปี๊ยะมีรูปลักษณ์เหมือนทองแท่ง การเตรียมอาหารควรเป็นเลขคู่ เพราะเลขคู่จะนำ “ความสุขสองชั้น” มาสู่ครอบครัว เป็นต้น ส่วนประกอบที่นำมาประกอบอาหารจะต้องหลีกเลี่ยงการตัดหรือสับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี และจะพาโชคร้ายมาสู่ครอบครัว
      
       ที่มา : การท่องเที่ยวฮ่องกง

"นิวยืนยง" บะหมี่เหนียวนุ่ม ลูกชิ้นปลาเนื้อเด้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 สิงหาคม 2552 14:37 น.
บรรยากาศร้านนิวยืนยง
       "ผ่านมาแวะกิน" มีโอกาสเวียนแวะมาหาของกินอร่อยๆ แถวย่านเยาวราชกันอีกแล้ว ซึ่งในมื้อนี้เราตั้งใจที่จะมาหาบะหมี่รสเลิศกินกัน และหลังจากที่เดินดุ่มๆ สอดส่ายสายตาหาร้านอยู่ได้ไม่นาน เราก็มาพบเข้ากับร้านบะหมี่เจ้าเก่าแก่ชื่อดังอีกหนึ่งเจ้าของเยาราช นั่นคือร้าน "นิวยืนยง"
       

       ร้านนิวยืนยง ร้านนี้เปิดขายบะหมี่ลูกชิ้นปลามานานกว่า 60 ปี ขายกันมาตั้งแต่รุ่นอากง จนมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน ก็ยังคงรสชาติของบะหมี่ลูกชิ้นปลาสไตล์จีนแต้จิ๋วที่เลิศรสอยู่เหมือนเดิม เพราะทางร้านทำบะหมี่ และลูกชิ้นปลาที่หลากหลายเอง และทำแบบสดใหม่ทุกวัน ไม่มีการใส่สารกันบูดแต่อย่างใด
บะหมี่แห้ง
       เมื่อมาถึงร้านก็เลือกหาที่นั่ง แล้วก็ไม่รอช้ารีบสั่ง บะหมี่แห้ง (ชามเล็ก 40 บาท ใหญ่ 50 บาท) มากินเป็นชามแรก บะหมี่แห้งสีเหลืองนวลดูน่ากิน ซึ่งทางร้านทำบะหมี่เอง เน้นใส่ไข่เยอะ ทำเป็นบะหมี่เส้นเล็กกลมๆ ลวกแล้วเหนียวนุ่ม กินแล้วเคี้ยวนิ่มนุ่มลิ้น และภายในชามยังเต็มไปด้วยลูกชิ้นสารพัดอย่างที่ทางร้านทำเองอีกเช่นกัน
      
       มีลูกชิ้นปลาลูกกลม และแบน ที่ทำมาจากปลา 3 อย่าง คือ ปลาดาบ ปลาหางเหลือง ปลาอินทรี ขูดเอาแต่เนื้อมาผสมกับเครื่องปรุงสูตรเด็ด และปั้นด้วยมือทุกลูก ลวกสุกเคี้ยวนุ่มเด้งหนึบอยู่ในปาก และยังมีลูกชิ้นกุ้ง ที่มีเนื้อกุ้งผสมกับแห้ว ปั้นเป็นลูกกลมแล้วทอด กินแล้วได้รสชาติกุ้งเคี้ยวกรึบกรอบแห้ว
      
       ยังไม่หมดยังมีฮือก้วย ที่ทำจากเนื้อปลาทั้ง 3 อย่างเหมือนลูกชิ้นปลาแต่นำมาทอด กินแล้วเคี้ยวนิ่มกำลังดี และอีกหนึ่งอย่างคือ ฮือกึ้น ทำเหมือนกับฮือก้วย แต่ว่าจะมีสาหร่าย กุ้งแห้ง และขึ้นฉ่ายผสมอยู่ด้วย แล้วนำมาห่อด้วยน้ำมันแหแล้วเอาไปนึ่ง เนื้อฮือกึ้นเคี้ยวนุ่มปาก และก็ยังใส่เกี๊ยวปลา เป็นแผ่นเกี๊ยวที่ทำจากเนื้อปลาแล้วข้างในมีไส้เนื้อหมูบดผสมกับมันหมูปรุง รสชาติ กินแล้วเกี๊ยวปลาเคี้ยวนุ่มเด้งปากได้รสชาติดี อ้อแล้วยังมีบะเต็งคือหมูสามชั้นกับหน่อไม้ที่ผัดรวมกัน และมีหนังปลาทอดใส่มาให้ด้วย
เกี๊ยมอี๋น้ำ
       พอบะหมี่หมดชามก็สั่ง เกี๊ยมอี๋น้ำ (ชามเล็ก 40 บาท ใหญ่ 50 บาท) มากินต่อทันที จะได้ซดน้ำซุปร้อนๆ หวานกลมกล่อม เพราะทางร้านใช้ทั้งน้ำซุปกระดูกหมู น้ำซุปปลา 3 อย่าง และน้ำซุปหมูที่ใช้ทำหมูหยอง มาผสมต้มรวมกันเป็นน้ำซุปรสดี และมีลูกชิ้นสารพัดใส่มาให้กินเพลินปาก
ลูกชิ้นรวมลวก
       แต่ถ้าใครอยากกินแต่ลูกชิ้นอย่างเดียวก็สั่ง ลูกชิ้นรวมลวก (50 บาทขึ้นไป) มากินได้ หรือจะเลือกก็ได้ว่าจะเอาลูกชิ้นอะไรบ้างมากินให้เต็มอิ่มกันไป สามารถเลือกสั่งได้มากน้อยตามใจชอบ
      
       มื้อนี้ "ผ่านมาแวะกิน" ได้อิ่มแปล้กับก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่ร้าน "นิวยืนยง" อย่างเต็มที่ ส่วนถ้าใครอยากจะลองชิมบ้างก็แวะเวียนมากันได้ทางร้านยินดีต้อนรับอยู่แล้ว
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       
"นิวยืนยง" ตั้งอยู่ที่ 103-105 ถ.ทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ กทม. การเดินทางถ้ามาจากวงเวียนโอเดียน วิ่งตรงมาที่ถ.เยาวราช ตรงมาจนถึงแยกเฉลิมบุรีแล้วเลี้ยวขวา เข้าถ.ทรงสวัสดิ์ จะเห็นร้านนิวยืนยงตั้งอยู่ข้างที่จอดรถโรงหนังเฉลิมบุรีเก่า เปิดจันทร์-ศุกร์ 08.00-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 08.00-18.30 น. รับออกงานนอกสถานที่ด้วย โทร. 0-2224-4212