Wednesday, September 28, 2011

ข้าวต้มลูกโยน กับวันออกพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 พฤศจิกายน 2547 16:44 น.
ประเพณีตักบาตรเทโวอย่างยิ่งใหญ่ ที่จังหวัดอุทัยธานี
       เมื่อพูดถึงวันออกพรรษา ชาวพุทธหลายคนก็คงนึกถึงการ “ตักบาตรเทโว” หรือชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “ตักบาตรเทโวโรหนะ” ที่ทำกันเป็นประจำหลังวันออกพรรษา ซึ่งคำว่า “เทโวโรหนะ” แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก ซึ่งก็หมายถึงว่า วันนั้นเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากสวรรค์ หลังจากที่ได้เสด็จไปเทศนาโปรดพระมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งวันออกพรรษาในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
      
       แล้วข้าวต้มลูกโยนมาเกี่ยวข้องกับวันออกพรรษาอย่างได้ไร “108 เคล็ดกิน” จะเฉลยให้ฟัง
      
       ในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกนั้น นอกจากเหล่าเทวดาจะมาคอยส่งเสด็จและเสกบันไดแก้ว บันไดเงิน บันไดทองให้พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาแล้ว เหล่าประชาชนทั้งหลายต่างก็ตั้งใจจะไปทำบุญตักบาตรกับพระพุทธเจ้ากันอย่าง มากมายเช่นกัน
      
       เนื่องจากมีผู้คนไปรอใส่บาตรอย่างเนืองแน่น จึงมีบางคนที่ไม่สามารถเข้าไปใส่บาตรได้ ดังนั้นจึงได้มีคนคิดทำข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นข้าวเหนียวนึ่ง ห่อด้วยใบมะพร้าว ทิ้งหางยาว แล้วตั้งจิตอธิษฐาน และโยนขนมลูกโยนนั้นใส่บาตรของพระพุทธเจ้า
      
       แต่มาถึงวันนี้อาจจะหาขนมลูกโยนได้ยากสักหน่อย แต่หากใครไปตักบาตรเทโวที่จังหวัดอุทัยธานีแล้วละก็เชื่อว่าคงจะได้เห็นแน่ นอน เพราะข้าวต้มลูกโยนนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของการตักบาตรเทโวที่จังหวัดนี้ไป เสียแล้ว

ใบเตย พืชธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2547 14:20 น.

       ใบอะไรเอ่ย ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ใช้กินก็ได้ ใช้ดื่มก็ดี กลิ่นก็หอมชื่นใจ แถมยังมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายอีกด้วย??
      
       หากยังนึกไม่ออก "108 เคล็ดกิน" จะเฉลยให้ก็ได้ว่าใบที่ว่านั่นก็คือ "ใบเตย" พืชพื้นบ้านของไทยเรานั่นเอง
      
       ใบเตย ถูกนำมาใส่เพื่อเพิ่มสีเพิ่มกลิ่นให้ขนมไทยหลายๆ อย่าง ถูกนำมาเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย แถมบางครั้ง ก็ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำหอมดับกลิ่นในรถยนต์อย่างที่เห็นในรถแท็กซี่ บ่อยๆ
      
       แต่ถึงอย่างนั้น บางคนก็อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์จริงๆ ของใบเตย ซึ่งจะขอนำมาบอกเล่าให้ทราบกันว่า ในใบเตยนั้นประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย และคลอโรฟิลด์ ใบของต้นเตยนั้น เมื่อนำมาชงเป็นเครื่องดื่มนอกจากจะช่วยให้ชุ่มคอ ชื่นใจ สามารถลดการกระหายน้ำได้แล้ว ก็ยังช่วยบำรุงหัวใจได้อีกด้วย และถ้านำใบสดมาตำก็สามารถรักษาโรคผิวหนัง และโรคหัดได้ ส่วนรากของใบเตยก็สามารถช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคเบาหวานได้ หากเอามาชงเป็นชาก็จะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยสามารถนำใบเตยมาทำเป็นชาไว้ดื่มเอง เพียงนำใบเตยมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มได้เลย หรือหากจะเก็บไว้ชงได้นานๆ ก็ให้นำไปเตยที่หั่นแล้วนั้นไปคั่วไฟอ่อนๆ จนแห้งดี และเก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้เรียบร้อย หากอยากดื่มขึ้นมาเมื่อไรก็นำมาชงได้ทันที
      
       
คราวนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่า ใบเตย พืชธรรมดาแต่คุณค่าไม่ธรรมดาที่เราได้เคยพบเคยเห็นกันจนชาชินจนดูเหมือนไม่ มีความสำคัญนั้น จริงๆ แล้ว มีดีมากกว่าที่ใครๆ คิดไว้เสียอีก ว่าแล้วก็คอแห้ง ต้องขอตัวไปหาน้ำใบเตยหอมๆ มาดื่มหน่อยดีกว่า      

ข้าวต้มลูกโยน กับวันออกพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 พฤศจิกายน 2547 16:44 น.
ประเพณีตักบาตรเทโวอย่างยิ่งใหญ่ ที่จังหวัดอุทัยธานี
       เมื่อพูดถึงวันออกพรรษา ชาวพุทธหลายคนก็คงนึกถึงการ “ตักบาตรเทโว” หรือชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “ตักบาตรเทโวโรหนะ” ที่ทำกันเป็นประจำหลังวันออกพรรษา ซึ่งคำว่า “เทโวโรหนะ” แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก ซึ่งก็หมายถึงว่า วันนั้นเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากสวรรค์ หลังจากที่ได้เสด็จไปเทศนาโปรดพระมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งวันออกพรรษาในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
      
       แล้วข้าวต้มลูกโยนมาเกี่ยวข้องกับวันออกพรรษาอย่างได้ไร “108 เคล็ดกิน” จะเฉลยให้ฟัง
      
       ในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกนั้น นอกจากเหล่าเทวดาจะมาคอยส่งเสด็จและเสกบันไดแก้ว บันไดเงิน บันไดทองให้พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาแล้ว เหล่าประชาชนทั้งหลายต่างก็ตั้งใจจะไปทำบุญตักบาตรกับพระพุทธเจ้ากันอย่าง มากมายเช่นกัน
      
       เนื่องจากมีผู้คนไปรอใส่บาตรอย่างเนืองแน่น จึงมีบางคนที่ไม่สามารถเข้าไปใส่บาตรได้ ดังนั้นจึงได้มีคนคิดทำข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นข้าวเหนียวนึ่ง ห่อด้วยใบมะพร้าว ทิ้งหางยาว แล้วตั้งจิตอธิษฐาน และโยนขนมลูกโยนนั้นใส่บาตรของพระพุทธเจ้า
      
       แต่มาถึงวันนี้อาจจะหาขนมลูกโยนได้ยากสักหน่อย แต่หากใครไปตักบาตรเทโวที่จังหวัดอุทัยธานีแล้วละก็เชื่อว่าคงจะได้เห็นแน่ นอน เพราะข้าวต้มลูกโยนนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของการตักบาตรเทโวที่จังหวัดนี้ไป เสียแล้ว

ใบเตย พืชธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2547 14:20 น.

       ใบอะไรเอ่ย ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ใช้กินก็ได้ ใช้ดื่มก็ดี กลิ่นก็หอมชื่นใจ แถมยังมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายอีกด้วย??
      
       หากยังนึกไม่ออก "108 เคล็ดกิน" จะเฉลยให้ก็ได้ว่าใบที่ว่านั่นก็คือ "ใบเตย" พืชพื้นบ้านของไทยเรานั่นเอง
      
       ใบเตย ถูกนำมาใส่เพื่อเพิ่มสีเพิ่มกลิ่นให้ขนมไทยหลายๆ อย่าง ถูกนำมาเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย แถมบางครั้ง ก็ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำหอมดับกลิ่นในรถยนต์อย่างที่เห็นในรถแท็กซี่ บ่อยๆ
      
       แต่ถึงอย่างนั้น บางคนก็อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์จริงๆ ของใบเตย ซึ่งจะขอนำมาบอกเล่าให้ทราบกันว่า ในใบเตยนั้นประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย และคลอโรฟิลด์ ใบของต้นเตยนั้น เมื่อนำมาชงเป็นเครื่องดื่มนอกจากจะช่วยให้ชุ่มคอ ชื่นใจ สามารถลดการกระหายน้ำได้แล้ว ก็ยังช่วยบำรุงหัวใจได้อีกด้วย และถ้านำใบสดมาตำก็สามารถรักษาโรคผิวหนัง และโรคหัดได้ ส่วนรากของใบเตยก็สามารถช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคเบาหวานได้ หากเอามาชงเป็นชาก็จะสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยสามารถนำใบเตยมาทำเป็นชาไว้ดื่มเอง เพียงนำใบเตยมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มได้เลย หรือหากจะเก็บไว้ชงได้นานๆ ก็ให้นำไปเตยที่หั่นแล้วนั้นไปคั่วไฟอ่อนๆ จนแห้งดี และเก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้เรียบร้อย หากอยากดื่มขึ้นมาเมื่อไรก็นำมาชงได้ทันที
      
       
คราวนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่า ใบเตย พืชธรรมดาแต่คุณค่าไม่ธรรมดาที่เราได้เคยพบเคยเห็นกันจนชาชินจนดูเหมือนไม่ มีความสำคัญนั้น จริงๆ แล้ว มีดีมากกว่าที่ใครๆ คิดไว้เสียอีก ว่าแล้วก็คอแห้ง ต้องขอตัวไปหาน้ำใบเตยหอมๆ มาดื่มหน่อยดีกว่า      

ใบบัวบก...ประโยชน์ที่มากกว่าแก้ช้ำใน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2548 18:43 น.
       "108 เคล็ดกิน" เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่มซะ จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป
      
       แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การ บริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย
       

       นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อ ลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือด ลดการอักเสบ ทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

ใบบัวบก...ประโยชน์ที่มากกว่าแก้ช้ำใน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2548 18:43 น.
       "108 เคล็ดกิน" เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่มซะ จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป
      
       แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การ บริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้ว และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย
       

       นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อ ลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือด ลดการอักเสบ ทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

ถอนพิษน้ำเมา...ด้วยผักบุ้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2548 18:30 น.
       หลายๆ คนรวมทั้ง “108 เคล็ดกิน” อาจจะเคยได้ยินประโยชน์ของผักบุ้งว่ากินแล้วตาหวาน แต่เจ้าผักพื้นบ้านชนิดนี้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่นั้น ผักบุ้งหรือที่เรียกอีกอย่างว่าผักทอดยอดนั้นยังถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ มีคุณค่าทางยามากอีกด้วย
      
       เราสามารถพบเห็นเจ้าผักบุ้งชูยอดแตกใบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำหรือที่ ชื้นแฉะ ไม่ว่าจะเป็นลำคลอง หนอง บึง ทุ่งนา ร่องน้ำต่าง ๆซึ่งชาวบ้านมักอาศัยเก็บจากแหล่งน้ำทั่วไปโดยไม่ต้องปลูก และไม่ต้องซื้อหาจากตลาด ยิ่งเด็ดมากยอดใหม่ก็ยิ่งแตกเพิ่มมากขึ้น และทุกวันนี้เราอาจจะพบเจ้าผักตาหวานได้ง่ายๆ ในเมนูอย่างก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ แกงเทโพ แกงส้ม แกงคั่ว เกาเหลา แม้แต่ยอดอ่อนสด ๆ ก็นิยมนำมารับประทานกับส้มตำ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา ลาบก้อย ยำต่างๆ หรือถ้าไม่ชอบรับประทานสดจะลวก และราดกะทิเพื่อให้น่ากินยิ่งขึ้นก็ทำได้
      
       ประโยชน์อย่างหนึ่งของผักบุ้งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือ ผักบุ้งเป็นหนึ่งในตำรายาไทย คือถือเป็นยาเย็นแก้ถอนพิษเมื่อเมาอีกด้วย นอกจากนั้นคุณค่าของผักบุ้งอยู่ที่สารเบต้าแคโรทีนอันเป็นแหล่งวิตามินเอ ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง เป็นประกายสวยงาม ไม่แสบ หรือรู้สึกแห้งในตาแล้ว ผักบุ้งไทยโดยเฉพาะชนิดต้นขาวจะมีวิตามินซีสูงกว่าชนิดอื่น ๆ ช่วยบำรุงรักษาเหงือก ฟัน ให้แข็งแรง ช่วยทำให้ผิวสวย เลือดดี และเพิ่มความต้านทานโรค ไม่เกิดอาการ แพ้ ต่าง ๆ ง่าย เคล็ดลับอยู่ที่ต้องกินสด ๆ คุณค่าทางวิตามินจะได้ไม่สูญเสียไป
      
       นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งมีเส้นใย อาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผักบุ้งยังมีสารชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน และการเอาน้ำผักบุ้งผสมเกลืออมไว้ในปากประมาณ 2 นาที ทำวันละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยรักษาแผลร้อนในในปากได้ด้วย