Monday, February 28, 2011

ครบรสความสุข ที่ ร้าน“กางแปลง”

บรรยากาศภายในร้าน “กางแปลง”
       ในยุคสมัยที่มีโรงภาพยนตร์ดีๆ เก้าอี้เบาะหนานุ่ม เปิดแอร์เย็นฉ่ำแบบปัจจุสมัยนิยม จะมีใครจำได้บ้างว่าย้อนวัยไปเมื่อครั้นเป็นเด็ก เราเคยมีโอกาสเดินตามผองเพื่อนและครอบครัว ไปดูหนังกางแปลงกันตามงานวัด บรรยากาศที่ไม่ต้องมีเบาะหนานุ่มรองรับ มีเพียงเสื่อหนึ่งผืนที่หอบมาจากบ้านไว้รองหนัง หรือในบางครั้งก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปูกัน อาหารการกินก็พรั่งพร้อม มีให้เลือกกินอยู่รอบงาน หิวเมื่อไหร่ก็ลุกไปซื้อหาได้
      
       เกริ่นแบบนี้อย่าเพิ่งว่า “ตระเวนกิน”กำลังเข้าสู่วัยทองเสียล่ะ ถึงได้มาพร่ำบ่นเรื่องเก่าๆ แต่เป็นเพราะได้มีโอกาสไปสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงที่ร้านอาหารที่มีชื่อว่า “กางแปลง”ร้าน สไตล์กึ่ง Pub& Restaurant แถวปากซอย อาภาภิรมย์ (รัชดาภิเษก32) ทั้งชื่อร้านและการตกแต่งภายในร้านทำให้คิดถึงอดีตได้เป็นอย่างดี
กางแปลงร้านที่มากมายด้วยของสะสม
       ร้าน “กางแปลง”นี้เป็นร้านที่เกิดขึ้นจากหุ้นส่วน ของร้านส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ Production House นักเขียน จุดประสงค์แรกเริ่มของร้านนี้เปิดขึ้นเพื่อให้คนทำหนังกับคนหนังสือพิมพ์ได้ มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์กันกึ่งสภากาแฟ ดู ฟัง ดนตรีคุณภาพ กางแปลง คือโชว์ความอร่อย โชว์ผู้คน อิสระไม่จำกัด
      
       ความโดดเด่นของร้านนี้ที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยคือการ ตกแต่งร้านด้วยของสะสมผสมผสานด้วยแนวคิดที่ลงตัวรองรับกลุ่มลูกค้าได้ทั้งคน ทำงาน วัยรุ่น สำหรับคอเหล้า บรรยากาศร้านเหมือนกับนั่งอยู่หัวหินริมชายทะเล
       กำแพงอิฐเหมือนอยู่บ้าน
      
       ร้านที่ตกแต่งแบบอาร์ตๆแต่เจ้าของร้านกลับกระซิบว่า ของข้าวทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นอยู่ในร้านนี้เกิดขึ้นจากการที่หุ้นส่วนร้าน หลายคนต่างมีของสะสมเป็นของตัวเองหยิบเอาของคนโน้นทีคนนี้ที ว่าวางจนเต็มร้านแต่กลับมองดูกลมกลืนลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
กุ้งผัดผงกะหรี่
       ร้านนี้แบ่งเป็นสองโซนคือในร้านกับนอกร้านมีเพียงประตูไม้บานพับกั้น เท่านั้น โซนด้านนอกเหมาสำหรับคนที่ต้องการดื่มกินแบบชิลล์ ๆ ในอารมณ์ริมถนนอย่างปลอดโปร่ง ส่วนโซนด้านในมีบาร์เครื่องดื่มไว้บริการมีที่นั่งดื่มเช่นกัน
      
       ความเก๋ไก๋ของร้านอย่างหนึ่งคือผนังร้านที่เป็นอิฐมอญสีแดงฉาบปูน ด้านๆ บ่งบอกถึงอารมณ์ศิลปินได้เป็นอย่างดีทั้งยังให้ความรู้สึกไม่เกร็งเป็นกัน เองมากยิ่งขึ้น ที่นี่ใช้ผ้าปูโต๊ะสีสันสดใสลายดอกไม้ มีใบปิดหนังวางอยู่ตามจุดต่างๆของร้าน อาทิ เกมล้มโต๊ะ ทวิภพ
      
       มานั่งฟังเพลงบ้างดีกว่า ที่ร้าน กางแปลง มีทั้งเพลงเปิดให้ฟังเพลินๆ และดนตรีเล่นสดซึ่งค่อนข้างหลากหลาย ช่วงหัวค่ำจะเปิดเพลงเบาๆ สบายๆ ฟังกันไป คุยกันไป ดึกขึ้นมาอีกนิดก็จะเริ่มหนักแน่นขึ้นเรียกว่าเป็น Ballad Rock ชั้นดีที่หาฟังกันไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว และพอได้เวลาวงดนตรีเล่นสดก็จะขึ้นบรรเลงให้สนุกแบบยาวๆ กันต่อ
ไก่ซอสมะนาว
       โดยที่ร้านจะมีดนตรีเล่นมีดนตรีเล่นทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ดนตรีเริ่มเล่น4ทุ่มแต่ทุกวันศุกร์ เสาร์ เริ่ม2ทุ่ม วันจันทร์ดนตรีแนวสนุกสนาน วันอังคาร เบาสบายแบบเบเกอรี่ วันพุธแนวอินดี้ วันพฤหัสบดีเป็นแบบสากลล้วน ร้อค,เรตเก้ วันศุกร์ แนวอินดี้ วันเสาร์ โฟล์ค ส่วนวันอาทิตย์เปิดเพลงอย่างเดียว
      
       นั่ง กิน ดื่ม เคล้าเสียงเพลง ในร้านที่บรรยากาศดีๆ ก็ต้องมีอาหารดีๆ มากินคู่กันด้วยถึงจะเรียกว่าครบครันอย่างแท้จริง ที่ กางแปลง เขาเน้นเสิร์ฟอาหารไทย เป็นส่วนใหญ่มีเมนูหนัก เบา ให้เลือกสรรหลากหลายไม่แพ้ที่ใดอย่าง ไก่ซอสมะนาว (95บาท) ที่สั่งมาลิ้มรส ชิ้นเนื้อส่วนอกของไก่ถูกเอามาชุบแป้งคลุกเคล้าเกล็ดขนมปังบวกกับสูตรลับเฉา พะก่อนจะทอดจนเหลืองกรอบ ราดหน้าด้วยมายองเนส ก็ให้รสชาติเปรี้ยว หวาน มัน
ต้มซุปเปอร์
       ส่วน กุ้งผัดผงกะหรี่ (95บาท) กินกินคำแรกก็รู้ว่ากุ้งสดใหม่ ความเด็ดดวงของจานนี้อยู่ที่ผงกะหรี่พิเศษสูตรอินเดียแท้ ที่เมื่อปรุงรส กับส่วนผสมอื่นๆอย่างไข่ไก่ พริกชี้ฟ้าใหญ่ หัวหอมและ ต้นหอม ลงตัวยิ่ง จานนี้รสกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ
      
       อีกจานอย่าง ไก่ทอดตะไคร้ (80บาท) ปีกไก่และน่องไก่ที่ผ่านการปรุงรสและทอดจนสุกเหลือง ตะไคร้ซอยที่ทอดแบบเฉพาะจนกรอบกรุบ โยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติ กรอบนอก นุ่มใน หมัก ใบมะกรูดทอดกรอบ ใส่เกลือ
ไก่ทอดตะไคร้
       ตบท้ายขบวนด้วย ต้มซุปเปอร์ (100บาท) เปลี่ยนมาซดน้ำซุปกันบ้าง ต้มซุปเปอร์ ที่ตุ๋นขาไก่ ปีกไก่นานกว่าชั่วโมง ก่อนจะเอาน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ทางร้านทำขึ้นเหยาะลงหม้อไฟ ต้มซุปเปอร์หม้อนี้ จึง ทั้งเผ็ดร้อน แซ่บ อย่าบอกใคร
      
       และถ้ายังไม่พอใจอยากสั่งมาเพิ่มอีกล่ะก็ มีเมนูดีๆเพียบอย่าง ยำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (70บาท), หมูมะนาว (80บาท),ต้มแซ่บเนื้อ(120บาท), กุ้งแช่น้ำปลา(95 บาท), ต้มข่าทะเล ( 120บาท),สำหรับนักดื่ม ค่าเปิดเหล้า (150บาท) ฝากเหล้าได้ไม่เกินเดือน ชวนเพื่อนฝูงมาเฮฮากันได้แล้วที่ร้าน “กางแปลง”
       

ดนตรีเพราะๆหาฟังได้ที่นี่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “กางแปลง” เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-01.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด การเดินทางจากแยกรัชดาเลี้ยวขวา ผ่านหน้าศาลอาญาแล้วกลับรถตรงแยกรัชโยธินตรงมาเรื่อยๆจนถึง ซ.อาภาภิรมณ์ (รัชดาภิเษก32) จากปากซอยเข้ามา 50 เมจร ซ้ายมือ จะเจอร้านอยู่เยื้องเซเว่น สามารถจอดรถได้หน้าร้านและตลอดแนวร้าน
       โทร.08-1612-1271,08-3924-4418

"เอบิสึ ชาบู" อร่อยร้อนรสญี่ปุ่น

บรรยากาศน่านั่งที่ร้าน “เอบิสึ ชาบู”
       ช่วงนี้เข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัวกันแล้ว สามารถสัมผัสความหนาวกันได้ทั่วทุกภาค ไม่เว้นแม้แต่ในกรุงเทพฯที่อากาศเย็นลง จน "ตระเวนกิน" เกิดอาการเรียกหาของกินร้อนๆแทบไม่ทัน และหนึ่งในของกินแบบร้อนๆที่คิดถึงขึ้นมาทันที ก็เห็นจะหนีไม่พ้น "ชาบู ชาบู" เมนูญี่ปุ่นที่ถูกปากคนไทยหลายคนนัก
      
       เมื่อคิดถึงชาบู ชาบู ก็ต้องเสาะหาร้านชาบู ชาบูดีๆ นั่งกัน และก็เจอแล้ว ที่ ปากซอยจันทน์ 2 กับร้านที่มีชื่อว่า"เอบิสึ ชาบู" (EBISU SHABU) ใครที่กำลังกอดหมอนนอนหนาวอยู่ รีบลุกขึ้นมาแล้วตาม "ตระเวนกิน"มาที่ร้านนี้ ได้เลย เพื่อสัมผัสกับรสชาติแบบญี่ปุ่นและซดน้ำซุปร้อนๆให้คลายหนาว
เคาน์เตอร์แบบแยกสำหรับกินคนเดียว
       สำหรับร้าน "เอบิสึ ชาบู"แห่งนี้ ชื่อ เอบิสึ เจ้าของร้านเล่าว่า ได้มาจากชื่อของ1ใน 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภและการค้าขาย ความรุ่งเรือง ของญี่ปุ่น โดย เทพเจ้าเอบิสึ จะหนีบปลาทะเลซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีใต้แขนซ้าย และถือคันเบ็ดในมือขวา เทพเจ้าแห่งโชคลาภของทางร้านนี้โดดเด่นถือคันเบ็ดรอตกลูกค้าเข้าร้านให้เห็น อยู่หน้าร้าน
      
       ก่อนจะนั่งกินอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญ ขอกวาดสายตามองบรรยากาศที่ไม่ญี่ปุ่นของทางร้านก่อน ที่นี่เขาเลือกที่จะตกแต่งด้วยสไตล์แบบโมเดิร์น โดยการเลือกใช้โทนสีแดง สีสดที่มีไว้เพื่อดึงดูดสายตาลูกค้า ที่เมื่อมองผ่านกระจกใสหน้าร้าน สามารถมองเห็นข้างในที่ตกแต่งแบบเก๋ๆ ให้ความแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นยุคเก่า
      
       ภายในร้านแบ่งเป็น 3 โซนด้วยกัน โซนแรก เป็นเคาน์เตอร์ สำหรับลูกค้าที่มาคนเดียว อ้อ...ที่ร้านนี้เขาใช้ระบบเตาแยกแบบ individual สำหรับกินคนเดียว ใครไม่กินเนื้อ ใครแพ้อาหารทะเลลืมปัญหานั้นไปได้เลยเมื่อมาที่นี่เพราะมีหม้อส่วนตัวเป็น ของเราเอง โซนที่สอง เหมาะสำหรับแบบครอบครัวที่มีการแชร์เตา 1 เตาต่อลูกค้า 2 ท่าน ส่วนโซนสุดท้าย คือ แบบโต๊ะกลมสำหรับกลุ่มใหญ่ที่มากัน 8-10 คน
ชุดบุฟเฟต์
       สำรวจร้านแล้วก็ได้เวลากินอาหารกันบ้าง มาร้านชาบู ชาบู จะกินอย่างอื่นได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่ ชาบู ชาบู กับ ชุดบุฟเฟต์ ชาบู ชาบู(299 บาท+) ประกอบด้วย เนื้อวัวโคขุน เนื้อหมู เนื้อไก่ เบคอน แฮมไก่ ที่ถูกสไลด์จนบางเฉียบ และจานผักรวม ข้าวญี่ปุ่น 1 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง เครื่องดื่มเด็ดๆ อย่าง ชาข้าวบาเล่ต์ 100%ไม่มีสารคาเฟอีน ที่มีมาครบครันในชุดนี้
เริ่มลงมือหายหนาวกับ ชาบู ชาบู
       ด้านน้ำซุปที่นี่เห็นเสิร์ฟมาในหม้อใสๆแต่ไม่ธรรมดา เพราะเคี่ยวจากปลาคัทสึโอะปลาแห้งจากญี่ปุ่น ผสมผสานกับเคล็ดลับเฉพาะของทางร้าน จนได้น้ำซุปกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งจุดเด่นของร้านนี้ที่จะลืมไม่ได้ คือเป็นร้านอาหารที่ปลอดผงชูรส มั่นใจได้ว่ารสชาติต่างๆที่ได้มาจากฝีมือล้วนๆ
น้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 4 ชนิด
       เมื่อทุกอย่างพร้อมก็อย่ามัวเรี่ยมเร้เรไรอยู่เลย ลงมือคลายหนาวกับ ชาบู ชาบู กันดีกว่า ขอกระซิบกันนิดว่า วิธีกิน ชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่นแท้ๆ คือ เมื่อจุ่มเนื้อลงไปในหม้อน้ำเดือด ให้แกว่งไปทางขวา ชาบู...แกว่งไปทางซ้าย ชาบู...แค่นี้ก้อเอาขึ้นได้แล้ว มากกว่านี้จะสุกเกินไป ชาวญี่ปุ่นถึงเรียกว่า ชาบู ชาบู
      
       และสำหรับใครที่กินเพลิน แต่ต้องการมากกว่าชุดบุฟเฟต์แล้วละก็ ที่นี่ยังมีชุดเมนูที่สามารถสั่งเพิ่มได้อีกหลากหลายอย่างทั้ง หอยเชลล์ (95บาท+) หอยเชลล์ตัวใหญ่สั่งตรงจากเกาะฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น ตัวโตที่บรรจงกัดคำแรกจะได้รับความหวานของน้ำที่อยู่ข้างใน และมีความเหนียวนุ่มกลมกล่อมตลอดทั้งตัว เพิ่มอรรถรสแก่การกิน ชาบู ชาบู มื้อนี้ได้เป็นอย่างดี
เนื้อแกะสไลด์บาง
       ถัดมาเป็น หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ (90บาท+) ที่ทางร้านคัดสรรค์มาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ ความพิเศษไม่เพียงแค่ขนาดที่ใหญ่ แต่ยังรวมไปถึงรสชาติ ที่สัมผัสนุ่มลิ้น หอยเนื้อแน่นเต็มคำ หวานไร้กลิ่นคาว
      
       ต่อมาเป็น ลูกปลาหมึกยักษ์ (75บาท+) ที่เมื่อนำลงหม้อจะค่อยๆพองตัวลอยขึ้นมารอให้ลิ้มรส อันกรุบกรอบนุ่มไม่เหนียว
      
       ตบท้ายด้วย เนื้อแกะนิวซีแลนด์(140 บาท+) ที่สไลด์บางเฉียบให้กินง่าย เมื่อทานจะรู้สึกว่าเนื้อแกะหอมเหมือนกลิ่นเนยและไม่มีกลิ่นคาว
หอยเชลล์ตัวโต
       ความพิเศษของ "เอบิสึ ชาบู" ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ด้วยน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 4 ชนิด อาจทำให้คุณอิ่มเอมกับการกินชาบู ชาบู ครั้งนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น เริ่มด้วย น้ำจิ้มปอนซึ น้ำจิ้มชาบู ชาบู แบบญี่ปุ่น รสชาติดั้งเดิมที่เสิร์ฟพร้อมกันเครื่องเคียงอย่างหัวไชเท้าและแครอทปั่น หรือจะเป็นน้ำจิ้มแบบญี่ปุ่นอีกตัว อย่าง น้ำจิ้มงา รสออกหวานเพื่อสุขภาพดีไม่น้อย ใครชอบแนวไทยๆก็ต้องเป็น น้ำจิ้มสุกี้ ที่รสเปรี้ยวหวานกำลังดี และอันสุดท้ายน้ำจิ้มซีฟู้ด ที่ผสานรส เผ็ด เปรี้ยว หวาน เข้ากันอย่างลงตัว เพิ่มความจัดจ้านได้อีก ด้วยเครื่องเคียงอย่าง พริกขี้หนูป่น กระเทียมสับละเอียด และพริกเผา
หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์
       และหากต้องการสั่งเมนูแยกอื่นๆ ทางร้านก็ยังมีให้เลือกอีกหลายอย่าง ทั้ง เห็ดโคนญี่ปุ่น (50 บาท+), สาหร่ายวากาเมะ (40 บาท+),ชิกูวะ(35บาท+),ปลานกแก้ว(65บาท+),ยำครีบหอยเชลล์ (75บาท+),ยำทาโกะจัง(90บาท+) ใครเกิดอาการหนาวๆอย่างกิน ชาบู ชาบู แบบ "ตระเวนกิน"ลองแวะมาที่ "เอบิสึ ชาบู"ให้หายหนาว
ลูกปลาหมึกและเห็ดโคนญี่ปุ่น
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       "เอบิสึ ชาบู" ตั้งอยู่ที่ ถ.จันทน์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ การเดินทางถ้ามาจาก ถ.สาทร ให้วิ่งตรงมายังถ.นราธิวาสราชนครินทร์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จนมาถึงแยกแล้วให้เลี้ยวขวาเข้า ถ.จันทน์ ตรงเข้ามานิดเดียวจะเห็นร้านเอบิสึ ชาบูตั้งอยู่ทางขวาตรงกับ ถ.จันทน์ ซอย 2 จุดสังเกตตั้งอยู่ข้างธนาคารกรุงเทพสาขา ถ.จันทน์สะพาน 5 มีที่จอดรถภายในตึก เปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. สามารถจองล่วงหน้าสำหรับจัดงานเลี้ยง ทางร้านรับบัตรเครดิตของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด
      
       โปรโมชั่นของทางร้าน สะสมแสตมป์ ทานบุฟเฟต์ 1 ท่าน รับแสตมป์ 1 ดวงสะสมครอบ 10 ดวง ทานฟรี 1 ท่านในครั้งต่อไป,ช่วงกลางวันในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา11.00-14.00น.ทานบุฟเฟต์มา 5 ท่านจ่ายเพียง 4 ท่าน โทร.0-2287-3611-2

ครบรสความสุข ที่ ร้าน“กางแปลง”

บรรยากาศภายในร้าน “กางแปลง”
       ในยุคสมัยที่มีโรงภาพยนตร์ดีๆ เก้าอี้เบาะหนานุ่ม เปิดแอร์เย็นฉ่ำแบบปัจจุสมัยนิยม จะมีใครจำได้บ้างว่าย้อนวัยไปเมื่อครั้นเป็นเด็ก เราเคยมีโอกาสเดินตามผองเพื่อนและครอบครัว ไปดูหนังกางแปลงกันตามงานวัด บรรยากาศที่ไม่ต้องมีเบาะหนานุ่มรองรับ มีเพียงเสื่อหนึ่งผืนที่หอบมาจากบ้านไว้รองหนัง หรือในบางครั้งก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปูกัน อาหารการกินก็พรั่งพร้อม มีให้เลือกกินอยู่รอบงาน หิวเมื่อไหร่ก็ลุกไปซื้อหาได้
      
       เกริ่นแบบนี้อย่าเพิ่งว่า “ตระเวนกิน”กำลังเข้าสู่วัยทองเสียล่ะ ถึงได้มาพร่ำบ่นเรื่องเก่าๆ แต่เป็นเพราะได้มีโอกาสไปสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงที่ร้านอาหารที่มีชื่อว่า “กางแปลง”ร้าน สไตล์กึ่ง Pub& Restaurant แถวปากซอย อาภาภิรมย์ (รัชดาภิเษก32) ทั้งชื่อร้านและการตกแต่งภายในร้านทำให้คิดถึงอดีตได้เป็นอย่างดี
กางแปลงร้านที่มากมายด้วยของสะสม
       ร้าน “กางแปลง”นี้เป็นร้านที่เกิดขึ้นจากหุ้นส่วน ของร้านส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ Production House นักเขียน จุดประสงค์แรกเริ่มของร้านนี้เปิดขึ้นเพื่อให้คนทำหนังกับคนหนังสือพิมพ์ได้ มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์กันกึ่งสภากาแฟ ดู ฟัง ดนตรีคุณภาพ กางแปลง คือโชว์ความอร่อย โชว์ผู้คน อิสระไม่จำกัด
      
       ความโดดเด่นของร้านนี้ที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยคือการ ตกแต่งร้านด้วยของสะสมผสมผสานด้วยแนวคิดที่ลงตัวรองรับกลุ่มลูกค้าได้ทั้งคน ทำงาน วัยรุ่น สำหรับคอเหล้า บรรยากาศร้านเหมือนกับนั่งอยู่หัวหินริมชายทะเล
       กำแพงอิฐเหมือนอยู่บ้าน
      
       ร้านที่ตกแต่งแบบอาร์ตๆแต่เจ้าของร้านกลับกระซิบว่า ของข้าวทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นอยู่ในร้านนี้เกิดขึ้นจากการที่หุ้นส่วนร้าน หลายคนต่างมีของสะสมเป็นของตัวเองหยิบเอาของคนโน้นทีคนนี้ที ว่าวางจนเต็มร้านแต่กลับมองดูกลมกลืนลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
กุ้งผัดผงกะหรี่
       ร้านนี้แบ่งเป็นสองโซนคือในร้านกับนอกร้านมีเพียงประตูไม้บานพับกั้น เท่านั้น โซนด้านนอกเหมาสำหรับคนที่ต้องการดื่มกินแบบชิลล์ ๆ ในอารมณ์ริมถนนอย่างปลอดโปร่ง ส่วนโซนด้านในมีบาร์เครื่องดื่มไว้บริการมีที่นั่งดื่มเช่นกัน
      
       ความเก๋ไก๋ของร้านอย่างหนึ่งคือผนังร้านที่เป็นอิฐมอญสีแดงฉาบปูน ด้านๆ บ่งบอกถึงอารมณ์ศิลปินได้เป็นอย่างดีทั้งยังให้ความรู้สึกไม่เกร็งเป็นกัน เองมากยิ่งขึ้น ที่นี่ใช้ผ้าปูโต๊ะสีสันสดใสลายดอกไม้ มีใบปิดหนังวางอยู่ตามจุดต่างๆของร้าน อาทิ เกมล้มโต๊ะ ทวิภพ
      
       มานั่งฟังเพลงบ้างดีกว่า ที่ร้าน กางแปลง มีทั้งเพลงเปิดให้ฟังเพลินๆ และดนตรีเล่นสดซึ่งค่อนข้างหลากหลาย ช่วงหัวค่ำจะเปิดเพลงเบาๆ สบายๆ ฟังกันไป คุยกันไป ดึกขึ้นมาอีกนิดก็จะเริ่มหนักแน่นขึ้นเรียกว่าเป็น Ballad Rock ชั้นดีที่หาฟังกันไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว และพอได้เวลาวงดนตรีเล่นสดก็จะขึ้นบรรเลงให้สนุกแบบยาวๆ กันต่อ
ไก่ซอสมะนาว
       โดยที่ร้านจะมีดนตรีเล่นมีดนตรีเล่นทุกวันเว้นวันอาทิตย์ ดนตรีเริ่มเล่น4ทุ่มแต่ทุกวันศุกร์ เสาร์ เริ่ม2ทุ่ม วันจันทร์ดนตรีแนวสนุกสนาน วันอังคาร เบาสบายแบบเบเกอรี่ วันพุธแนวอินดี้ วันพฤหัสบดีเป็นแบบสากลล้วน ร้อค,เรตเก้ วันศุกร์ แนวอินดี้ วันเสาร์ โฟล์ค ส่วนวันอาทิตย์เปิดเพลงอย่างเดียว
      
       นั่ง กิน ดื่ม เคล้าเสียงเพลง ในร้านที่บรรยากาศดีๆ ก็ต้องมีอาหารดีๆ มากินคู่กันด้วยถึงจะเรียกว่าครบครันอย่างแท้จริง ที่ กางแปลง เขาเน้นเสิร์ฟอาหารไทย เป็นส่วนใหญ่มีเมนูหนัก เบา ให้เลือกสรรหลากหลายไม่แพ้ที่ใดอย่าง ไก่ซอสมะนาว (95บาท) ที่สั่งมาลิ้มรส ชิ้นเนื้อส่วนอกของไก่ถูกเอามาชุบแป้งคลุกเคล้าเกล็ดขนมปังบวกกับสูตรลับเฉา พะก่อนจะทอดจนเหลืองกรอบ ราดหน้าด้วยมายองเนส ก็ให้รสชาติเปรี้ยว หวาน มัน
ต้มซุปเปอร์
       ส่วน กุ้งผัดผงกะหรี่ (95บาท) กินกินคำแรกก็รู้ว่ากุ้งสดใหม่ ความเด็ดดวงของจานนี้อยู่ที่ผงกะหรี่พิเศษสูตรอินเดียแท้ ที่เมื่อปรุงรส กับส่วนผสมอื่นๆอย่างไข่ไก่ พริกชี้ฟ้าใหญ่ หัวหอมและ ต้นหอม ลงตัวยิ่ง จานนี้รสกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ
      
       อีกจานอย่าง ไก่ทอดตะไคร้ (80บาท) ปีกไก่และน่องไก่ที่ผ่านการปรุงรสและทอดจนสุกเหลือง ตะไคร้ซอยที่ทอดแบบเฉพาะจนกรอบกรุบ โยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติ กรอบนอก นุ่มใน หมัก ใบมะกรูดทอดกรอบ ใส่เกลือ
ไก่ทอดตะไคร้
       ตบท้ายขบวนด้วย ต้มซุปเปอร์ (100บาท) เปลี่ยนมาซดน้ำซุปกันบ้าง ต้มซุปเปอร์ ที่ตุ๋นขาไก่ ปีกไก่นานกว่าชั่วโมง ก่อนจะเอาน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ทางร้านทำขึ้นเหยาะลงหม้อไฟ ต้มซุปเปอร์หม้อนี้ จึง ทั้งเผ็ดร้อน แซ่บ อย่าบอกใคร
      
       และถ้ายังไม่พอใจอยากสั่งมาเพิ่มอีกล่ะก็ มีเมนูดีๆเพียบอย่าง ยำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (70บาท), หมูมะนาว (80บาท),ต้มแซ่บเนื้อ(120บาท), กุ้งแช่น้ำปลา(95 บาท), ต้มข่าทะเล ( 120บาท),สำหรับนักดื่ม ค่าเปิดเหล้า (150บาท) ฝากเหล้าได้ไม่เกินเดือน ชวนเพื่อนฝูงมาเฮฮากันได้แล้วที่ร้าน “กางแปลง”
       

ดนตรีเพราะๆหาฟังได้ที่นี่
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ร้าน “กางแปลง” เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-01.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด การเดินทางจากแยกรัชดาเลี้ยวขวา ผ่านหน้าศาลอาญาแล้วกลับรถตรงแยกรัชโยธินตรงมาเรื่อยๆจนถึง ซ.อาภาภิรมณ์ (รัชดาภิเษก32) จากปากซอยเข้ามา 50 เมจร ซ้ายมือ จะเจอร้านอยู่เยื้องเซเว่น สามารถจอดรถได้หน้าร้านและตลอดแนวร้าน
       โทร.08-1612-1271,08-3924-4418

"ธาราคอฟฟี่ช้อป" อาหารจากดอกไม้ สวยสด รสโดน

บรรยากาศภายในห้องอาหารธาราค็อฟฟีช็อป
       เมื่อพูดถึง "ดอกไม้" ก็คงจะนึกถึงความสวยงามของเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ที่มีสีสันสวยงาม ที่ถูกปลูกประดับประดาให้กับสถานที่ต่างๆ มีความงดงามและดูสดชื่นขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าดอกไม้ที่เห็นสีสันสดสวยเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแค่ไม้ประดับ เป็นอาหารตาเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหารปาก เพื่อช่วยให้อิ่มท้อง และอิ่มใจได้อีกด้วย
      
       หากใครไม่เชื่อ หรือมีข้อกังขาว่าดอกไม้จะมาเป็นอาหารกินได้ได้อย่างไร เชิญตาม "ตระเวนกิน" มาได้เลย เพราะเราจะพาไปอิ่มกับเมนูอาหารดอกไม้ที่ทาง "ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป" ของโรงแรมอิมพีเรียลธารา ได้จัด "เทศกาลมหัศจรรย์อาหารจากดอกไม้ และผลไม้ไทย" ขึ้นมา โดยนำดอกไม้ต่างๆ ที่สามารถกินได้ มาทำเป็นอาหารนานาชนิดให้ได้ลิ้มลองกัน
ทรงพร สถิตย์ไทย ผู้รังสรรค์เมนูอาหารดอกไม้
       เมนูอาหารจากดอกไม้เหล่านี้ คิดค้นขึ้นโดยคุณทรงพร สถิตย์ไทย หรือ แม่เจี๊ยบ Executive Chef โรงแรมอิมพีเรียลธารา บอกว่าดอกไม้ที่เห็นสวยๆ นั้น ก็มีประโยชน์เช่นเดียวกับพืชผักสมุนไพรที่ใช้กันอยู่ จึงได้ดึงเอาความสวยงามและประโยชน์ของดอกไม้ที่มีออกมา เพื่อสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารจานใหม่ ซึ่งดอกไม้ที่เลือกมาใช้ในเมนูต่างๆ เป็นดอกไม้ที่ทางโรงแรมปลูกเอง อาทิ ดอกกุหลาบ ดอกเข็ม อัญชัญ กล้วยไม้ หางนกยูง เฟื่องฟ้า พวงชมพู ดาหลา ข่าแดง ชบา เป็นต้น ซึ่งดอกไม้พวกนี้ไม่มียาฆ่าแมลงหรือสารพิษใดๆ ทำให้คนที่กินเข้าไปแล้ว ได้ทั้งความอิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจจากอาหารจานเดียวกัน
ม้าห้อดอกไม้
       ถึงตรงนี้แล้วเรามาลองชิมอาหารจากดอกไม้กันดีกว่าว่าจะมีหน้าตา และรสชาติที่ชวนกินมากเพียงใด เริ่มจากจานแรก ม้าห้อดอกไม้ ม้าห้อเป็นอาหารว่างของโบราณ กินคู่กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่างส้มหรือสับปะรด ตัวไส้ทำจากหัวไชโป๊ว ผสมกับถั่วลิสงป่นหยาบๆ หอมใหญ่สับ และไก่สับ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และพริกไทย ผัดผสมกันให้แห้ง ปั้นเป็นก้อนแล้ววางบนสับปะรดหั่นชิ้นพอคำ วางดอกไม้สีสันสวยงามลงไปข้างบน ชิมแล้วรสหวานๆ เค็มๆ ของไส้ ตัดกับรสเปรี้ยวของสับปะรดเป็นอย่างดี
แพแตก
       ต่อด้วยเมนูอาหารว่างอีกหนึ่งจานที่ชื่อ แพแตก ฟังชื่อแล้วอาจจะสงสัยว่าคืออะไร แพแตกจานนี้ก็คือดอกไม้ชุบแป้งทอดนั่นเอง ในจานมีทั้งกลีบกุหลาบ พวงชมพู ดอกเข็ม แถมด้วยใบไม้อย่างใบตำลึง นำดอกไม้ใบไม้ไปชุบแป้งทอด กินคู่กับน้ำจิ้มแดงสูตรเด็ด กินแพแตกเคี้ยวดอกไม้กรุบกรอบปาก
ขนมปังหน้าดอกไม้
       แล้วมากินกันต่อกับ ขนมปังหน้าดอกไม้ จากขนมปัง หน้าหมูธรรมดา กลายมาเป็นหน้าดอกไม้ที่มีความสวยงาม หน้าขนมปังทำจากหมูบด หมักผสมไข่ รากผักชี กระเทียม พริกไทยแล้วปรุงรสชาติ ก่อนจะนำทาบนหน้าขนมปัง วางดอกไม้ลงไปข้างบนอีกทีแล้วนำไปทอด ชิมขนมปังหน้าดอกไม้กรอบนอกนุ่มในออกรสเค็มพอดิบพอดี ตัดกับอาจาดแตงกวาเปรี้ยวๆ เจือหวาน
ยำดอกเข็ม
       จากนั้นมาชิม ยำดอกเข็ม หน้าตาสวยงามน่ากิน เป็นการนำเอาหมูสับต้ม กุ้งต้ม ข้าวคั่ว (ข้าวพองหรือข้าวตัง) มายำรวมกับดอกเข็ม ส้มโอ มะพร้าวคั่ว หอมเจียว และปรุงรสตามสูตรเด็ด กินยำดอกเข็มห่อด้วยผักกาดแก้วเคี้ยวกรุบกรอบข้าวพองครบรสกลมกล่อม เปรี้ยว หวาน หอมมันมะพร้าวคั่ว
ห่อหมกดอกไม้
       ส่งท้ายที่เมนู ห่อหมกดอกไม้ เป็นห่อหมกที่สวยงาม ตัวห่อหมกเป็นห่อหมกเนื้อปลากรายแท้ๆ ตีให้เนียนผสมกับเครื่องแกงเผ็ดที่ทำขึ้นเอง แล้วนำไปใส่กระทงใบตองที่รองกระทงด้วยใบโหระพาเพิ่มความหอม แล้วก็มีดอกไม้สารพัดอย่างโรยหน้าบนห่อหมกนึ่งจนสุก ส่งกลิ่นห่อหมกหอมๆ ชิมรสชาติห่อหมกเนื้อเนียนนุ่มรสเข้มข้นเครื่องแกงเผ็ด
อีกหนึ่งมุมโต๊ะนั่งสบายๆ
       และนอกจากเมนูเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีเมนูดอกไม้ให้เลือกชิมอีกหลากหลายเมนู โดยในแต่ละวันจะมีออกมา 20 เมนูให้ชิมกัน อาทิ เมี่ยง คำกลีบบัว ล่าเตียงดอกอัญชัน ปากหม้อกุหลาบ ดอกไม้แปลงโฉม บุปผาซ่อนรูป การะเวกสอดสี ปอเปี๊ยะทอดดอกไม้ เมี่ยงมะม่วง ยำดอกกุหลาบ ยำดอกไม้ใบหญ้า สลัดดอกไม้ บุปผาห่มผ้า ข้าวยำดอกไม้ น้ำพริกชมสวน แกงจืดซ่อนกลิ่น แกงส้มดอกไม้ สายบัวต้มกะทิปลาทูกับมะดัน ของหวานก็มีมากมาย อาทิ ดอกไม้น้ำ ลอยแก้วส้มเช้ง สังขยาขนุน ข้าวเหนียวมะม่วง
       

       สำหรับเมนูอาหารดอกไม้ที่ชวนกินเหล่านี้ มีให้สัมผัสลองลิ้มชิมรสชาติกันได้ ใน "เทศกาลมหัศจรรย์อาหารจากดอกไม้ และผลไม้ไทย" ที่ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป โรงแรมอิมพีเรียลธารา ในวันที่ 11 – 21 ธ.ค. นี้ โดยเพิ่มพิเศษในบุฟเฟต์สเต็กและบุฟเฟต์นานาชาติ ราคาท่านละ 550 บาทสุทธิ เปิดบริการทุกวันเฉพาะมื้อกลางวัน เวลา 11.30 – 14.00 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ มา 4 ท่าน จ่าย เพียง 3 ท่าน
      
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
      
       ห้องอาหารธาราคอฟฟี่ช้อป ตั้งอยู่ที่โรงแรมอิมพีเรียลธารา 18/1 ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินเข้ามาทางซอยสุขุมวิท 26 จะเจอรร. อิมพีเรียลพาราตั้งอยู่ทางขวามือ และพอเข้าไปถึงตัวรร. อิมพีเรียลธารา ก็จะเจอห้องอาหารธาราค็อฟฟีช็อป อยู่ชั้นล็อบบี้ โทร. 0-2259-2900